เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ส่งคำโต้แย้งของผู้คัดค้านในคดีเลือกตั้งหมายเลขดำที่ ลตทต.1/2569 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ว่า พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 50(10) ที่บัญญัติให้ผู้เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุด ว่ากระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 และมาตรา 26 หรือไม่

โดยศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายแล้วเห็นว่า พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 50(10) ที่บัญญัติให้ผู้เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่า กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า เป็นผู้มีลักษณะ ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ กรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 วรรคหนึ่ง

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์สั่งรับไว้พิจารณาวินิจฉัยเฉพาะประเด็นดังกล่าว และมีคำสั่งให้นำพยานหลักฐานในคดีตามคำวินิจฉัยที่ 11/22565 และคำวินิจฉัยที่ 26-27/22567 เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการพิจารณาวินิจฉัยมารวมไว้ในคดีนี้ และเพื่อประโยชน์ แห่งการพิจารณาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นและจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยต่อไป