เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นายทศพร คูณศรี ประธานสภาลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย ในฐานะประธานจัดงานวันแรงงานแห่งชาติปี 2569 เปิดเผยว่า วันที่ 1 พ.ค. ของทุกปี เป็นวันแรงงานแห่งชาติและวันกรรมกรสากล ผู้ใช้แรงงานจะรวมพลังเดินขบวนเพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล โดยปีนี้ยังคงรูปแบบกิจกรรมเช่นเดิมเริ่มจากริ้วขบวนเทิดพระเกียรติ ริ้วขบวนถวายอาลัย จากนั้นเป็นริ้วขบวนผู้แทนแรงงานจาก 26 สภา และ 1 รัฐวิสาหกิจ รวมเป็น 27 องค์กร จะรวมตัวกันบริเวณสะพานมัฆวาน ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังลานคนเมือง เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้นำรัฐบาล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานยืนยันจากภาครัฐว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
นายทศพร กล่าวต่อว่า สำหรับข้อเรียกร้องในปีนี้ ทั้ง 27 องค์กร ได้ตกผลึกร่วมกันเป็น 8 ข้อหลัก โดยยึดข้อเรียกร้องเดิมของหลายปีที่ผ่านมา เพื่อขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม มุ่งเน้นด้านความมั่นคงและสวัสดิการของผู้ใช้แรงงาน อาทิ การให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่รับบำนาญแล้ว ยังคงได้รับความคุ้มครองต่อในกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต, การเพิ่มค่าคลอดบุตรจาก 15,000 บาท เป็น 30,000 บาท, การขยายอายุผู้ที่เริ่มสมัครเป็นผู้ประกันตน จากเดิมไม่เกิน 60 ปี เป็นไม่เกิน 70 ปี, การยกเว้นภาษีเงินได้จากเงินก้อนสุดท้ายที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท
รวมถึงขอให้จัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง เพื่อเป็นหลักประกันให้ลูกจ้างกรณีที่นายจ้างปิดกิจการโดยไม่จ่ายค่าชดเชย และผลักดันให้ไทยรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 ซึ่งเรียกร้องมานาน 20-30 ปี อย่างไรก็ตาม ข้อเรียกร้องในปีนี้ไม่ได้รวมเรื่องผลกระทบจากภาวะสงครามตะวันออกกลางและวิกฤติพลังงาน เพราะกระบวนการจัดทำร่างข้อเสนอเสร็จสิ้นไปก่อนเหตุการณ์จะรุนแรง
จากบทเรียนปีที่ผ่านมาที่ข้อเรียกร้องประสบความสำเร็จเพียงข้อเดียว คือการตั้งคณะกรรมการติดตามข้อเสนอ ซึ่งหลายเรื่องยังไม่สำเร็จ เพราะอาจขาดการติดตาม เนื่องจากปัญหาความไม่มั่นคงทางการเมือง เปลี่ยนรัฐมนตรี ปีนี้จึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมการติดตามผลภายใน 30 วัน และประชุมติดตามทุก 2 เดือน เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องกองทุนประกันความเสี่ยงที่แรงงานคาดหวังมากที่สุด
เมื่อถามว่า คาดหวังอย่างไรกับรัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน นายทศพร กล่าวว่า ค่อนข้างคาดหวัง เพราะข้อเรียกร้องทั้ง 8 ข้อ เกี่ยวข้องแก้ไขกฎกระทรวง และปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งนายจุลพันธ์ มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและมีความรู้ความสามารถ จึงเชื่อว่าเมื่อได้ดูรายละเอียดข้อเรียกร้องแล้ว จะสามารถผลักดันให้เกิดความคืบหน้าได้ภายในระยะเวลา 1 ปี
ทั้งนี้ ประธานจัดงานฯ เชิญชวนพี่น้องแรงงานร่วมแสดงพลังออกมาร่วมแสดงพลังในวันกรรมกรสากล หรือวันแรงงานแห่งชาติ โดยในริ้วขบวนจะมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการสวมผ้าโพกศีรษะสีแดง ที่ระบุคำว่า “เมย์เดย์” เพื่อสะท้อนว่าผู้ใช้แรงงานยังได้รับการดูแลไม่เพียงพอ ทั้งด้านความปลอดภัย ความมั่นคง และสวัสดิการ โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
การรวมตัวครั้งนี้เพื่อแสดงพลังย้ำเตือนว่า แรงงานคือหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ คาดว่าจะมีพี่น้องแรงงานออกมาทำกิจกรรมใกล้เคียงทุกปี อยู่ที่ประมาณ 20,000 คน ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่จัดในพื้นที่ส่วนกลาง เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องเวลาไม่ใช่วันหยุดราชการ สภาพอากาศร้อน และการจราจร กิจกรรมจึงจะกระชับ มีทั้งเดินขบวน ยื่นข้อเรียกร้อง และกิจกรรมสันทนาการพร้อมดนตรี.



