วานนี้ (22 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผู้โดยสารเครื่องบินชาวอิสราเอลประมาณ 40 คน ถูกกักตัวเป็นเวลาหลายชั่วโมงที่สนามบินในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ก่อนจะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศภายหลังการเข้าแทรกแซงโดยกระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอล
“ทันทีที่ทราบเรื่อง กระทรวงการต่างประเทศภายใต้คำสั่งของนายกิเดียน ซาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานงานไปยังกระทรวงการต่างประเทศในมอสโกและสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำอิสราเอล ซึ่งหลังจากการเข้าแทรกแซงนี้ ปัญหาก็ได้รับการแก้ไข และชาวอิสราเอลกลุ่มดังกล่าวก็ได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองได้” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลกล่าวกับสำนักข่าวเจเอ็นเอสเมื่อวันอังคาร
โฆษกยังกล่าวเสริมว่า “มีการชี้แจงอย่างชัดเจนต่อฝ่ายรัสเซียว่า พฤติกรรมเช่นนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง และอิสราเอลถือว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก”
ตามรายงานจากเว็บไซต์ข่าวมีเดียโซนา ซึ่งนำเสนอข่าวในฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลรัสเซียระบุว่า ผู้โดยสารกลุ่มนี้ถูกสอบปากคำและถูกบังคับให้ลงนามในเอกสารเพื่อยืนยันว่าพวกเขา “ได้รับการเตือน” แล้ว อย่างไรก็ตาม ในรายงานไม่ได้ระบุว่าพวกเขาได้รับการเตือนเกี่ยวกับเรื่องอะไร
รายงานระบุว่า เหตุการณ์กักตัวผู้โดยสารชาวอิสราเอลครั้งนี้เกิดขึ้นที่สนามบินดามาเดียตดาวา โดยกินเวลาประมาณ 5 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างรัสเซียและอิสราเอลเริ่มย่ำแย่ลงภายหลังรัสเซียรุกรานยูเครนตั้วแต่ปี 2565 ซึ่งส่งผลให้พันธมิตรตะวันตกของอิสราเอลหลายประเทศลดระดับความสัมพันธ์กับมอสโก ประกอบกับภาวะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้อิสราเอลต้องเผชิญหน้ากับพันธมิตรหลายรายของรัสเซีย
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : AFP



