สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขอให้นายมาร์เซโล อีโว เจ้าหน้าที่ประสานงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติบราซิล เดินทางออกจากประเทศ โดยสื่อของสหรัฐและบราซิลรายงานว่า อีโวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจับกุมนายอเล็กซานเดอร์ รามาเจม อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองบราซิลที่หลบหนี ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับนายฌาอีร์ โบลโซนารู อดีตประธานาธิบดีฝ่ายขวาจัดของบราซิล
อนึ่ง รามาเจมหลบหนีออกจากบราซิลเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว หลังถูกตัดสินจำคุก 16 ปี ในข้อหาช่วยเหลือโบลโซนารูพยายามก่อรัฐประหาร เพื่อขัดขวางไม่ให้ประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำบราซิลคนปัจจุบัน เข้ารับตำแหน่งหลังการเลือกตั้งในปี 2565
แม้รามาเจมถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ไอซีอี) ควบคุมตัวเมื่อวันที่ 13 เม.ย. แต่เขาได้รับการปล่อยตัวในอีก 2 วันต่อมา
ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า กระทรวงได้ขอให้เจ้าหน้าที่ชาวบราซิลคนหนึ่งเดินทางออกจากประเทศ เนื่องจากพยายาม “ใช้ประโยชน์” จากระบบตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐ ในความพยายามที่จะขยาย “การล่าแม่มดทางการเมือง” ที่ไม่ทราบแน่ชัด มายังแผ่นดินของอเมริกา
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อันเดรย์ โรดริเกส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติบราซิล กล่าวว่า การจับกุมรามาเจม เกิดจากความร่วมมือทวิภาคีด้านการตรวจคนเข้าเมือง พร้อมกับแสดงความเสียใจที่ต้องเพิกถอนอักษรสาส์นตราตั้งของเจ้าหน้าที่สหรัฐที่ทำงานร่วมกับตำรวจบราซิล จนกว่าจะมีความชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศบราซิล ระบุในแถลงการณ์ยืนยันการตอบโต้สหรัฐ ว่าการขับไล่อีโว ไม่เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติทางการทูตที่ดีของการเจรจาระหว่างประเทศที่เป็นมิตร.
เครดิตภาพ : AFP



