เรื่องราวดนตรีที่ยังมีทั้งกลิ่นไออดีตและเชื่อมโยงกับปัจจุบันคือ “บ้านดนตรีไทย by ครูเอียด” หนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้ภาพลักษณ์เมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรีชัดเจน แม้พื้นที่อำเภอด่านช้างอาจดูห่างไกลจากตัวเมืองแต่กลับมีรากฐานทางดนตรีไทยที่เข้มแข็ง การบ่มเพาะและส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จาก ครูเอียด-สุนทร รักษ์เดช ครูดนตรีไทยผู้มีใจรักและมุ่งมั่นในการสืบสานศิลปะแขนงนี้ ครูเอียดไม่ได้มองดนตรีไทยเป็นแค่ของเก่าที่เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ แต่ทำให้ดนตรีไทยมีชีวิต เข้าถึงเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นได้จริง

การสอนที่เน้นความสุข ให้เด็ก ๆ สนุกไปกับการเล่นดนตรี ไม่ใช่เพียงแค่การท่องจำทำนอง แต่คือการฝึกฝนวินัยและการทำงานร่วมกัน มีเครื่องดนตรีไทยหลากหลายประเภทให้เรียนรู้ ทั้งระนาด ฆ้องวง ซอ และเครื่องสายต่าง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น

ขณะที่ “ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ชุมชนป่าสะแก” แห่งเดิมบางนางบวชก็มีบรรยากาศอบุอุ่นไม่น้อยหน้ากัน เพราะที่นี่คือแหล่งเรียนรู้ดนตรีพื้นบ้านที่สามารถ “สอนตีกลองยาวให้เป็นได้ภายใน 5 นาที” เป็นที่ว่าไม่ใช่แค่ตีให้มีเสียงดัง แต่สามารถตีไปพร้อม ๆ กันตั้งแต่ต้นจนจบเพลง โดยเฉพาะเพลงฉ่อยและเพลงอีแซว

เคล็ดลับที่ทำให้ตีเป็นไว คือการสอนแบบใช้ภาษาใจหรือใช้คำพูดง่าย ๆ มาแทนจังหวะกลอง ทำให้ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานเลยสามารถตีเข้าจังหวะพื้นฐานของเพลงฉ่อยหรือเพลงอีแซวได้ทันที บอกเลยว่าไม่ต้องกลัวว่าจะตีผิดตีถูก คร่อมจังหวะหรือไม่ทันเพื่อนบ้าง เพราะที่นี่ไม่ได้เน้นความเป๊ะระดับมืออาชีพ แต่เน้นให้ผู้มาเยือนสนุกและกล้าสัมผัสดนตรีไทย เพื่อลดกำแพงที่มองว่าดนตรีไทยเป็นเรื่องยากหรือไกลตัวลง

นอกจากจะสอนตีกลองแล้วที่นี่ยังมี “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านป่าสะแก” พิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ก่อตั้งโดย อุดม บูรณะพาณิชย์ เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมของเก่าและประวัติศาสตร์ชุมชน ของเก่าที่มีมากมายที่สุดของพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวนี้ก็คือ “แสตมป์” ทั้งของในประเทศและต่างประเทศ ที่มีมากมายจนผนังบ้านไม่มีพื้นที่ให้ติดโชว์ แต่ไฮไลท์ที่รวมอยู่ก็คือ ของขลังของ “เสือดำ” หรือ นายดำ สะราคำ ขุนโจรชื่อดังระดับตำนานของเมืองสุพรรณบุรีที่มีบ้านเกิดอยู่ที่ตำบลป่าสะแก

แต่หากต้องการเจาะลึกความเป็นเมืองดนตรีให้ครบถ้วน อย่าลืมแวะไปที่ “ห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์ดนตรีเมืองสุพรรณ” ภายใน “พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี” ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องนี้จะได้รับรู้เรื่องราวของศิลปินเลือดสุพรรณตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งระดับศิลปินแห่งชาติ ครูเพลง ไปจนถึงร็อกสตาร์รุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเครื่องดนตรีและวิถีชีวิต ทั้งเพลงอีแซว เพลงเรือ และลำตัด พร้อมหุ่นจำลองการละเล่นที่ทำให้เห็นภาพว่าในอดีตชาวสุพรรณฯ ใช้เพลงเหล่านี้ในการโต้ตอบกันอย่างไร

อีกด้านคือโซนที่รวบรวมข้อมูลศิลปินระดับตำนานอย่าง สุรพล สมบัติเจริญ, พุ่มพวง ดวงจันทร์, สายัณห์ สัญญา, ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ที่มีทั้งเสื้อผ้าชุดหางเครื่อง และของใช้ส่วนตัวของศิลปินบางส่วนที่หาชมได้ยาก ต่อเนื่องมาสู่ดนตรีร่วมสมัยโดยมีการนำเสนอเรื่องราวของศิลปินอย่าง แอ๊ด คาราบาว และ ตูน Bodyslam เพื่อยืนยันว่าเมืองนี้ผลิตบุคลากรคุณภาพในทุกแนวดนตรี และดีเอ็นเอดนตรีของคนสุพรรณฯ ไม่เคยหยุดนิ่ง

ขณะที่ Ma Mu Me” (มา มู มี) คาเฟ่ในสไตล์มินิมอลที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ของ ดาราปุระ วังยาง รีสอร์ท อำเภอศรีประจันต์ ไม่ใช่แค่คาเฟ่ที่เปิดต้อนรับผู้มาเยือนให้มานั่งชิล แต่ยังมีส่วนเสริมสำคัญอย่างการสอนร้องเพลง เปิดเป็นห้องอัดให้ใคร ๆ ที่นึกอยากอัดเสียงร้องของตัวเองลงแผ่นแบบนักร้องมืออาชีพบ้างสักครั้ง รวมไปถึงเปิดสอนเด็ก ๆ ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงให้เข้ามาเรียนดนตรีเพื่อสร้างนักดนตรีรุ่นใหม่ของสุพรรณบุรี ทั้งยังมีกิจกรรมพิเศษอย่างการแสดงดนตรีแนวอะคูสติกเบา ๆ เข้ากับบรรยากาศผ่อนคลายโดยรอบด้วย

ส่วน “วัดประตูสาร” คืออีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของดนตรีสุพรรณ ไม่ใช่แค่ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถที่มีเรื่องราวของดนตรีแฝงอยู่กับภาพวงดนตรีปี่พาทย์ หรือความเชื่อมโยงกับบุคคลสำคัญในวงการดนตรีไทยอย่าง ครูมนตรี ตราโมท ศิลปินแห่งชาติชาวสุพรรณบุรี อีกทั้งเพลงคุ้นหูอย่าง “ค้างคาวกินกล้วย” ก็มีความเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตและเสียงดนตรีในย่านวัดประตูสาร ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยของศิลปินและนักดนตรีมาแต่อดีต รวมถึงวงปี่พาทย์พาทย์เก่าแก่อย่าง “คณะประคองศิลป์” ที่สืบทอดมาถึงรุ่นที่ 4 ก็มีรากฐานมาจากวงปี่พาทย์ในยุครัชกาลที่ 5 ที่เคยได้รับการอุปถัมภ์จากพระผู้ใหญ่ในย่านนี้

จุดสำคัญอีกอย่างก็คือ ในบริเวณวัดนี้เคยเป็นท่าเรือแห่งการประชันเพลงเรือมาก่อน ที่นี่ถือเป็นจุดชุมนุมใหญ่ของเหล่านักเล่นเพลงพื้นบ้าน ในช่วงงานบุญไหว้พระวัดป่าเลไลยก์ ในห้วงเวลานั้นนักเล่นเพลงจากทั่วสารทิศจะพายเรือมาจอดพักที่ท่าน้ำหน้าวัดประตูสาร ก่อนจะเปิดประชันเพลงเรืออย่างสนุกสนาน จากนั้นเหล่านักเพลงจึงเดินเท้าต่อไปยังวัดป่าเลไลยก์เพื่อประชันเพลงอีแซวบนบก

เพื่อยกระดับเมืองสู่การเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพระดับสากล ภายใต้ภาพลักษณ์ The New Thailand” เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าให้นักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดสุพรรณบุรี จัดงาน UNESCO Creative Cities Thailand @SUPHANBURI” ณ โบราณสถานวัดสนามชัย จังหวัดสุพรรณบุรี

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. มุ่งมั่นเปลี่ยนผ่านการท่องเที่ยวเชิงปริมาณสู่เชิงคุณภาพ ภายใต้นโยบาย Value is the New Volume โดยเลือกสุพรรณบุรีเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากศักยภาพของการเป็น เมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี (City of Music) ของยูเนสโก งานนี้ไม่ใช่เพียงการจัดแสดงดนตรี แต่คือการสร้างสรรค์ประสบการณ์ (Creative Tourism) ที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตดั้งเดิมเข้ากับรสนิยมสมัยใหม่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง

ด้าน นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวเสริมว่า สุพรรณบุรี คือศูนย์รวมมรดกทางดนตรีที่รุ่มรวยที่สุดแห่งหนึ่ง เรามี เบญจภาคีดนตรีสุพรรณ ที่ครอบคลุมทั้งเพลงไทยเดิม เพลงพื้นบ้าน เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต และสากลป๊อบร็อค การจัดงาน ณ โบราณสถานวัดสนามชัยในครั้งนี้ จะพิสูจน์ให้เห็นว่าสุพรรณบุรีสามารถรักษาความหลากหลายทางวัฒนธรรมและส่งต่อความภาคภูมิใจนี้สู่ระดับโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ไฮไลต์ 4 โซนสร้างสรรค์ ได้แก่ โซนเวทีการแสดง The Rhythm of Suphanburi: สัมผัสความมหัศจรรย์ของดนตรี 5 สายธาร และศิลปินชื่อดังที่มาร่วมรังสรรค์โชว์พิเศษวันละ 3 ชุด ตลอดการจัดงาน โซนนิทรรศการ UNESCO Creative Cities: เจาะลึกความเป็นมาของเมืองสร้างสรรค์ดนตรี และการร้อยเรียง “เบญจภาคีดนตรีสุพรรณ” ที่ฝังรากลึกในวิถีเกษตรกรรม โซนกิจกรรม Workshop: พื้นที่ที่ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมลงมือทำ ผ่านกิจกรรมคราฟต์และดนตรีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องถิ่น และโซนจำหน่ายสินค้าและอาหาร: ชิมเมนูท้องถิ่นรสเลิศและอุดหนุนสินค้าสร้างสรรค์จากปราชญ์ท้องถิ่นและผู้ประกอบการรุ่นใหม่

ร่วมสัมผัสจิตวิญญาณแห่งดนตรี ในงาน UNESCO Creative Cities Thailand @SUPHANBURI” ณ โบราณสถานวัดสนามชัย จ.สุพรรณบุรี วันที่ 1-3 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 15.00 – 21.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TAT Contact Center โทร.1672 และ Facebook : UNESCO Creative Cities Thailand