เมื่อวันที่ 25 เมษายน นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสถาบันฯ ได้ประชุมประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมาว่า เป็นการประชุมครึ่งปีแรกถือว่าผลปฏิบัติงานเป็นไปตามเป้าหมาย และที่ประชุมให้ความเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการระยะที่ 5 (พ.ศ. 2571 – 2575) มุ่งเน้นการบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความยั่งยืนให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้
ในระยะต่อไป สถาบันฯ ยังคงยึดมั่นในภารกิจสำคัญเพื่อ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ตามพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยผลการดำเนินงานในช่วงเดือนตุลาคม 2568 – มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา สถาบันฯ สามารถขับเคลื่อนงานได้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านแหล่งน้ำ การเกษตร และสิ่งแวดล้อม ภายใต้งบประมาณรวมกว่า 416 ล้านบาท
ในปี 2569 สถาบันฯ กำหนดให้เป็นปีแห่งการ “เสริม-ขยาย-ริเริ่ม”โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่ต้นแบบและขยายผลการพัฒนา ดังนี้
งานพัฒนาแหล่งน้ำ ถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยมีการสำรวจแหล่งน้ำที่ยังไม่ถ่ายโอนให้ท้องถิ่นไปแล้วถึง 1,911 แห่ง ใน 21 จังหวัด นอกจากนี้ยังมีการซ่อมแซมและเสริมศักยภาพแหล่งน้ำชุมชนขนาดเล็กในลุ่มน้ำมูล 9 จังหวัด รวม 136 โครงการ คาดว่าจะช่วยให้พื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์กว่า 36,000 ไร่
งานส่งเสริมอาชีพ มุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภาพ เช่น การผลิตทุเรียนคุณภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่รักษาเกรดส่งออกได้มากกว่า 60% การส่งเสริมผักปลอดภัยในภาคอีสานที่สร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนา “มะพร้าวน้ำหอม” จ.ขอนแก่น และ “มะนาว” จ.น่าน ด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ
งานนโยบายสำคัญ เดินหน้าโครงการหมู่บ้าน 100 ปีชาตกาล ใน 8 จังหวัด 10 หมู่บ้าน เพื่อเป็นต้นแบบการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน พร้อมรับมือกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกผ่านโครงการ “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ” ส่งเสริมการลดรายจ่ายและสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน

นายกฤษฎา กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการด้านบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ระยะที่ 5 (พ.ศ. 2571 – 2575) ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดสำคัญของการขยายผล ทั้งนี้ประเด็นสำคัญของแผนระยะที่ 5 นั้น มีวิสัยทัศน์ ขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริผ่านกลไกทุกภาคส่วน โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ขยายพื้นที่ทำงาน เพิ่มเป้าหมายการซ่อมแซมแหล่งน้ำชุมชนขนาดเล็กจากเดิม 22 จังหวัด เป็น 32 จังหวัด (เพิ่มพื้นที่ข้างเคียงอีก 10 จังหวัด) โดยตั้งเป้าซ่อมแซมปีละ 150 แห่ง รวม 750 แห่งใน 5 ปี มี4 ยุทธศาสตร์หลัก ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมการพัฒนา, การจัดการเรียนรู้ผ่านพื้นที่ Co-Learning 50 แห่ง, การสื่อสารสร้างการรับรู้เชิงรุก และการเสริมศักยภาพองค์กรด้วยระบบดิจิทัล ยกระดับ 10 ผลผลิตเป้าหมาย เช่น มะนาว จ.น่าน, ทุเรียนอินทรีย์ จ. เพชรบุรี, กาแฟโรบัสต้า และข้าวคุณภาพในหลายพื้นที่ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร
“เราจะไม่หยุดเพียงแค่พื้นที่ต้นแบบ แต่จะขยายผลความสำเร็จนี้ออกไปให้กว้างขวางขึ้น เพื่อเป็นน้อมนำในการสืบสาน รักษาและต่อยอด ขยายผลให้หลักการทรงงานและแนวพระราชดำริเป็นหลักการดำเนินชีวิตของประชาชนชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรม”นายกฤษฎากล่าว และว่าแผนปฏิบัติการระยะที่ 5 นี้ คาดว่าจะใช้กรอบงบประมาณรวมกว่า 1,573 ล้านบาท โดยบูรณาการแหล่งเงินจากทั้งงบประมาณแผ่นดิน งบมูลนิธิฯ และงบประมาณความร่วมมือจากภาคเอกชน เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์ในการพัฒนาแหล่งน้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนตามแนวพระราชดำริอย่างยั่งยืนต่อไป



