สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ว่า ในเดือน มี.ค. สหภาพยุโรป (อียู) ได้เปิดเผยกฎ “เมดอินยุโรป” (Made in Europe) สำหรับบริษัทที่พยายามเข้าถึงเงินทุนสาธารณะในภาคส่วนเชิงกลยุทธ์ เช่น รถยนต์ เทคโนโลยีสีเขียว และเหล็กกล้า โดยกำหนดให้บริษัทต้องมีชิ้นส่วนที่ผลิตประเทศอียูอย่างน้อยตามเกณฑ์ขั้นต่ำ

ข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งล่าช้ามาหลายเดือนเนื่องจากการโต้เถียงเกี่ยวกับมาตรการต่าง ๆ เป็นส่วนสำคัญของความพยายามของอียู ในการฟื้นฟูความได้เปรียบในการแข่งขัน ลดการลดลงของภาคอุตสาหกรรม และป้องกันการสูญเสียงานหลายแสนตำแหน่ง

อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวว่า ได้ส่งความเห็นไปยังคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) เมื่อวันศุกร์ (24 เม.ย.) โดยแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อเกี่ยวการกระทำดังกล่าว ซึ่งจีนเรียกว่าเป็น “การเลือกปฏิบัติอย่างเป็นระบบ”

กระทรวงออกแถลงการณ์เตือนว่า หากอียูเดินหน้าออกกฎหมายต่อไป และหากกฎหมายส่งผลเสียต่อผลประโยชน์ของบริษัทจีน รัฐบาลปักกิ่งจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้มาตรการตอบโต้ เพื่อปกป้องสิทธิ และผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทของตนอย่างเด็ดขาด

อนึ่ง ข้อเสนอของอียู ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “กฎหมายเร่งรัดอุตสาหกรรม” หรือ “Industrial Accelerator Act” มุ่งเป้าไปที่ผู้ผลิตแบตเตอรี่ และรถยนต์ไฟฟ้าของจีน โดยกำหนดให้บริษัทต่างชาติจะต้องร่วมมือกับบริษัทในยุโรป และถ่ายทอดองค์ความรู้ทางเทคโนโลยี หากเข้ามาตั้งธุรกิจในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป.

เครดิตภาพ : AFP