ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย ตลาดทางการแพทย์และบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ หรือ “เวลเนส” (Wellness )กำลังถูกยกให้เป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ มีจุดเด่นสำคัญคือบริการทางการแพทย์ที่มีราคาสมเหตุสมผล งานWorld Health Expo (WHX) Bangkok 2026 งานแสดงสินค้านานาชาติ ด้านเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ห้องปฏิบัติการ และบริการสุขภาพ และ Medtec Southeast Asia 2026 โดยอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ จะเป็นการแสดงศักยภาพด้านสาธารณสุขของประเทศครั้งสำคัญ

นางสาวกันยารัตน์ กุยสุวรรณ. ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เปิดเผยในงานแถลงข่าว การจัดงานจัดงาน WHX Bangkok และ Medtec Southeast Asia 2026 ว่า กรมฯมีนโยบายส่งเสริมให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ดึงดูดชาวต่างชาติมาใช้บริการ เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศภายใต้กลยุทธ์ที่สำคัญ ได้แก่การวางตำแหน่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง บริการสุขภาพ ( Medical Service Hubs ) 4 ด้าน
1.เน้นบริการทางการแพทย์เฉพาะทางที่เป็นที่ต้องการสูง เช่น การดูแลความงามและสุขภาพ, การรักษาผู้มีบุตรยาก และการผ่าตัดแปลงเพศ
2. ศูนย์กลางบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Hub )ครอบคลุมทั้งภาคบริการและผลิตภัณฑ์ โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เช่น สปา นวดไทย และการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว
3.ศูนย์กลางบริการวิชาการและงานวิจัย เป็นแหล่งรวมความรู้ การศึกษา และการวิจัยขั้นสูง (Academic Hub)ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาทางการแพทย์เพื่อสร้างนวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่เพียงงานวิจัยขึ้นหิ้ง
4. ศูนย์กลางด้านผลิตภัณฑ์ (Product Hub)ผลักดันผลิตภัณฑ์สุขภาพและสมุนไพรไทย เช่น ยาดม ผลิตภัณฑ์จากกระชายดำ ขมิ้น และกัญชงกัญชาทางการแพทย์ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในตลาดโลก
นางสาวกันยารัตน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายสร้าง”เขตเศรษฐกิจสุขภาพ” เฉพาะพื้นที่ มีการจัดตั้งเขตส่งเสริมสุขภาพและนวัตกรรมในจังหวัดที่มีศักยภาพ เพื่อดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่บูรณาการสร้างระบบการแพทย์ครบวงจร (Medical Valley )ในจังหวัดขอนแก่น เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการแพทย์ที่ครบวงจร ย่านนวัตกรรมสุขภาพและสุขภาวะ ( Wellness Innovation District )ครอบคลุมหลายจังหวัด เช่น สุราษฎร์ธานี, ระนอง, กระบี่, ตราด และขอนแก่น เพื่อให้เข้าถึงสิทธิประโยชน์จาก บีโอไอ และแหล่งเงินทุน
พร้อมกันนี้รัฐบาลมีนโยบาย “ปลดล็อกกฎหมาย” ที่ล้าสมัยเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร เช่น การนำระบบ AI มาช่วยเร่งกระบวนการขออนุมัติโฆษณาสถานพยาบาลให้เร็วขึ้น ขณะนี้มีสถานบริการรอคิวเพื่อขอใบอนุญาตกว่า 300 คิวส่วนใหญ่เป็นบริการทางการแพทย์ด้านความงาม และการปรับปรุงมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เช่น กิจการน้ำพุร้อน ศูนย์ฟิตเนส และ ร้านตัดแว่น เพื่อให้ผู้รับบริการมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย
อย่างไรก็ตามเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ Medical Hub ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานสำคัญระดับโลก เช่น Global Wellness Summit ที่ภูเก็ต เพื่อแสดงศักยภาพและสร้างจุดยืนของไทยในระดับสากล รวมถึงการจัดงาน Thailand Medical and Wellness Expo เพื่อเป็นพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยได้แสดงนวัตกรรมและจำหน่ายแพ็กเกจบริการทางการแพทย์แก่ชาวต่างชาติและนักลงทุน

นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ ภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เปิดเผยว่า จากการศึกษาข้อมูลโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานด้านสุขภาพใหม่ เกี่ยวกับตลาดเครื่องมือแพทย์ และตลาดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ (MedTech) ที่กำลังขยายตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลจาก Market Data Forecast และ Statista พบว่าตลาดเครื่องมือแพทย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าสูงถึง 1.27 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และคาดว่าจะขยายตัวเกือบสองเท่าภายในทศวรรษหน้า ขณะที่ตลาด MedTech ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มเติบโต ในอัตราร้อยละ 7.31 ต่อปี และจะมีมูลค่าสูงถึง 1.86 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2572
ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้รับประโยชน์จากการเติบโตนี้ แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้กำหนดทิศทางของภูมิภาค ด้วยฐานะการเป็นผู้ส่งออกเครื่องมือแพทย์อันดับที่ 20 ของโลก และตลาดในประเทศมูลค่ากว่า 2.23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 ไทยมีจุดแข็งครบทั้งสองด้าน ทั้งในฐานะตลาดบริการสุขภาพที่เติบโต และฐานการผลิตเครื่องมือแพทย์ที่โลกไว้วางใจ

อย่างไรก็ตามการจัดงาน World Health Expo (WHX) Bangkok 2026 และ Medtec Southeast Asia 2026 ภายในงานจะได้พบกับนวัตกรรมใหม่จากผู้ร่วมแสดงสินค้ามากกว่า 950 ราย จากกว่า 35 ประเทศ ครอบคลุมพื้นที่จัดแสดงรวมกว่า 30,000 ตารางเมตร โดยเทคโนโลยีที่น่าจับตาในปีนี้ ได้แก่ ระบบ AI ทางการแพทย์วิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบ real-time บนอุปกรณ์มือถือ เทคโนโลยี Liquid Biopsy ตรวจมะเร็ง 21 ชนิดจากเลือดเพียงหลอดเดียว ระบบ AI วินิจฉัยการดื้อยาของเชื้อในผู้ป่วย Sepsis พร้อมให้ผลภายใน 1 ชั่วโมง พร้อมชุดตรวจโรค Alzheimer จากตัวอย่างเลือด และนวัตกรรมด้านการผลิตจากบริษัทชั้นนำ ได้แก่ เทคโนโลยีระบบผลิตอุปกรณ์ฉีดยาอัตโนมัติ นวัตกรรมเครื่องจักรผลิตชิ้นส่วนฝังในร่างกาย และเครื่องบรรจุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ได้รับมาตรฐาน GMP
ดร.จารุวรรณ สุวรรณศาสน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) กล่าวถึง การจัดงาน แสดงสินค้าคือกลไกเชิงยุทธศาสตร์ที่ขับเคลื่อนเม็ดเงิน องค์ความรู้ และการลงทุนจากทั่วโลก ให้เกิดเป็นมูลค่าเศรษฐกิจ และโอกาสของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยความพร้อมของประเทศไทยในทุกมิติ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก จึงสามารถเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

ด้าน นายชนินทร์ ขาวจันทร์ นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยมีรากฐานที่แข็งแกร่งจากทักษะการผลิตที่สั่งสมมาจากอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการฉีดพลาสติกวิศวกรรม การผลิตแม่พิมพ์ และชิ้นส่วนโลหะความแม่นยำสูง สมาคมฯ ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยสร้าง ‘ขาที่สอง’ ในกลุ่ม Healthcare ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานโรงงานสู่ ISO 13485 นอกจากผลิตเพื่อทดแทนนำเข้าสนับสนุนการบริการทางแพทย์ไทย และยังเป็นโอกาสเพื่อเปิดประตูส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรป

ทั้งนี้งาน World Health Expo (WHX) Bangkok 2026 งาน Medtec Southeast Asia 2026 จะจัดขึ้นจัดขึ้นพร้อมกัน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 8 – 10 กรกฎาคม 2569 ภายใต้ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ระดับชาติของประเทศไทยที่มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศให้เป็น “ศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพระดับนานาชาติ” ของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ( Thailand Gateway to Southeast Asia Health Hub )



