นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

ทั้งนี้ ในวันที่ 27 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,910 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 2,047 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 2,039 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 7 ข้อความ  และช่องทาง Facebook 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 24 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 13 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 9 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 3 เรื่อง ข่าวปลอม 5 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่

อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ครูเอกชน เบิกค่ารักษาพยาบาลของรัฐ ไม่ต้องสำรองจ่าย เริ่ม 1 พ.ค. 69 ผ่าน สปสช.

อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง จะเกิดพายุฤดูร้อน ในวันที่ 28 เม.ย.-1 พ.ค. 69

อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง พบชาวอิสราเอลยึดชายหาดภูเก็ต พร้อมไล่คนไทย

อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง โรคไข้ดินระบาดพุ่งขึ้นช่วงฤดูฝน ยอดเสียชีวิตปีละกว่า 2,800 ราย

อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง นางสงกรานต์เป็นวัฒนธรรมของกัมพูชา

อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ไทยไม่มีสิทธิซ่อมแซมปราสาทตาควาย หากจะซ่อมแซมต้องขออนุญาตกัมพูชาก่อน

อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง พบเงินตราโบราณ ที่แม่น้ำยมหน้าวัดบางคลาน

อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง ก. พาณิชย์เสนอจ่ายเงินให้กับชาวนาไร่ละ 1,000 ในปีการผลิต 69/70 และประกันกำไร 30%

อันดับที่ 9 ข่าวปลอม เรื่อง นายกฯ วอนคนไทยอย่าใช้คำแรงกับกัมพูชา

สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “ครูเอกชน เบิกค่ารักษาพยาบาลของรัฐ ไม่ต้องสำรองจ่าย เริ่ม 1 พ.ค. 69 ผ่าน สปสช.” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากหนังสือ สปสช. เรื่อง ขอความร่วมมือในการเบิกจ่ายตรงผู้มีสิทธิครูเอกชน ลงวันที่ 30 มีนาคม 2569 ซึ่งกำหนดให้ สปสช. ทำหน้าที่เป็นหน่วยกลาง (Clearing House) ในการดำเนินการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แก่ผู้มีสิทธิครูเอกชนในรูปแบบ “เบิกจ่ายตรง”

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวมีผลให้ครูเอกชน สามารถเข้ารับบริการในสถานพยาบาลของรัฐที่เข้าร่วมระบบโดยไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ซึ่งสถานพยาบาลจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายผ่านระบบของ สปสช. แทนผู้ป่วย โดยกำหนดเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งสอดคล้องกับรายละเอียดแนวทางการดำเนินงานที่ระบุเพิ่มเติมว่าเป็นระบบเบิกจ่ายตรงผ่านโปรแกรมของ สปสช. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิครูเอกชน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด