นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า การนำทุเรียนไทยขึ้นแพลตฟอร์มการขายในรูปแบบ Live Commerce ในช่วงที่ผ่านมา สอดคล้องกับมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ในการสร้างอุปสงค์ล่วงหน้า ก่อนที่ผลผลิตทุเรียนจะออกสู่ตลาดในปริมาณมาก เพื่อบริหารจัดการการส่งสินค้าอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมเป็นต้นไป จะเข้าสู่ช่วงที่ผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมากต่อเนื่องจนถึงเดือนมิถุนายน รวมถึงเป็นฤดูผลไม้ชนิดอื่นๆ ที่กำลังทยอยออกสู่ตลาด แนวทางดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรการบริหารจัดการเชิงรุก เพื่อกระจายผลผลิตล่วงหน้า และลดความเสี่ยงภาวะผลผลิตกระจุกตัว และช่วยพยุงเสถียรภาพด้านราคา ดีกว่าการรอให้เกิดภาวะล้นตลาดแล้วจึงใช้มาตรการแก้ไขภายหลัง

นอกจากมาตรการในประเทศแล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเร่งผลักดันผลไม้ไทยทุกชนิดออกสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

จากสถิติในปี 2568 ไทยส่งออกผลไม้สดในปริมาณ 2,080,049 ตัน มูลค่า 171,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 1.1 ตลาดส่งออกหลัก 3 อันดับแรก ได้แก่ จีน (ร้อยละ 88.1) มาเลเซีย (ร้อยละ 2.2) และอินโดนีเซีย (ร้อยละ 2.1) 

ขณะที่ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-มีนาคม) มีการส่งออกผลไม้สดแล้วในปริมาณ 305,673 ตัน คิดเป็นมูลค่า 22,285 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 56.2 สำหรับทุเรียนสดมีปริมาณส่งออกแล้วปริมาณ 101,773 ตัน มูลค่า14,215 ล้านบาท ขยายตัวถึงร้อยละ 181

กระทรวงพาณิชย์มีแผนเจาะตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเร่งการกระจายผลผลิตผลไม้ในประเทศได้อย่างเต็มที่ ส่งผลดีต่อพี่น้องเกษตรกรไทย โดยมาตรการที่สำคัญที่ได้ดำเนินการแล้วในปีนี้ ได้แก่

1) จับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) สินค้าผลไม้สด แปรรูป และผลิตภัณฑ์เกษตร เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นการจัดให้มีการซื้อขายล่วงหน้าก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด โดยมีการจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาซื้อขายระหว่างผู้ส่งออกไทย 101 บริษัทผู้นำเข้า 90 บริษัท จาก 18 ประเทศ เกิดมูลค่าการเจรจาการค้ารวม 3,120.51 ล้านบาท

2) จัดคณะผู้บริหารระดับสูงเยือนกรุงฮานอย จังหวัดหล่างเซิน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และเมืองฉงจั่ว เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างสีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 23-25 เมษายน 2569 เพื่อเตรียมการอำนวยความสะดวก และแก้ไขปัญหา/อุปสรรคล่วงหน้า

สำหรับฤดูกาลผลไม้ประจำปี 2569 ให้การขนส่งและกระจายสินค้าผ่านด่านชายแดนเวียดนามตอนเหนือไปยังจีนตอนใต้ได้อย่างคล่องตัวรวดเร็ว 

สำหรับมาตรการส่งเสริมการขายสินค้าที่กระทรวงพาณิชย์จะจัดขึ้นต่อไปในปีนี้ประกอบด้วย การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทั้งในและต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ ประกอบด้วย

1) งานแสดงสินค้า Thaifex-Anuga Asia 2026 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าด้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม ศกนี้ ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งจะมีผู้ประกอบการขายเข้าร่วมออกบูธ 3,300 ราย และผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกมากกว่า 140,000 คน 

2) กิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ใน 7 เมืองหลักของจีนในโครงการ Thai Tropical Fruits Golden Months ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ เซี่ยเหมิน หนานหนิง เฉิงตู ชิงเต่า กว่างโจว และคุนหมิง

3) ในปี 2569 นี้ กระทรวงพาณิชย์ ได้เพิ่มการจัดกิจกรรม Thai Tropical Fruits Golden Months ในแถบภาคตะวันตกของประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดใหม่ของผลไม้ไทยอีก 3 เมือง ได้แก่ 1.นครหยินชวน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย 2.เมืองยวี่ซี มณฑลยูนนาน 3.เมืองอูรุมชี เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ และเมืองรองอื่นๆ 8 แห่ง ได้แก่ 

  1. เมืองหนานชาง มณฑลเจียงซี 
  2. เมืองไป่เช่อ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง
  3. เมืองหลิ่วโจว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง
  4. เมืองฉางซา มณฑลหูหนาน
  5. เมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง
  6. เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง
  7. เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน
  8. เมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง 

4) การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผลไม้ร่วมกับห้างสรรพสินค้าในประเทศเกาหลีใต้ อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

5) การขายสินค้าผลไม้สดและแปรรูปออนไลน์ร่วมกับแพลตฟอร์มพันธมิตรทั่วโลกภายใต้ชื่อ Thaitrade.com และ TOPTHAI ได้แก่ Amazon (US) Tmall (จีน) PUPU (จีน) Rakuten (ญี่ปุ่น) Letstango (UAE) HKTVmall (ฮ่องกง) และ Bigbasket (อินเดีย)

จากมาตรการและกิจกรรมดังกล่าวข้างต้น กระทรวงพาณิชย์มีเป้าหมายที่จะผลักดันการส่งออกผลไม้ของไทยให้ได้สูงกว่าปีที่ผ่านมาร้อยละ 5 ซึ่งจะมีมูลค่าการส่งออกผลไม้ไทยแตะ 179,000 ล้านบาท