หลังจาก “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รมว.พลังงาน ได้ออกมาระบุผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า ในการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และการใช้ไฟฟ้ามากกว่า 200 หน่วยขึ้นไป มีผลเฉพาะบ้านเรือน ไม่นับรวมกิจการ ร้านอาหาร ร้านค้า โรงงานอุตสาหกรรมทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่

โดย “เอกนัฏ” ย้ำว่า การคิดคำนวณในอัตราก้าวหน้าของค่าไฟในโครงสร้างใหม่นี้ ยังมีความเข้าใจผิด ไม่ใช่แบบเหมาจ่าย โดยยืนยันว่า ค่าไฟเฉลี่ยหากบ้านไหนใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 500 หน่วย หรือจ่ายค่าไฟอยู่ไม่เกิน 2,200 บาทต่อเดือน จะมีค่าไฟที่ถูกลง และมีผู้ได้รับประโยชน์ 23 ล้านครัวเรือน ซึ่งจะเป็นโครงสร้างค่าไฟใช้ตลอด 4 ปี หรือตลอดวาระ 4 ปีของรัฐบาลชุดนี้

ส่วนกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าที่มากกว่า 200 หน่วยขึ้นไป จะใช้อัตราก้าวหน้าที่สะท้อน และส่งเสริมให้เกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น โดยมอบหมายให้ คณะกรรมการกิจการพลังงาน (กกพ.) ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินการปรับปรุงการออกแบบอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า ให้เป็นไปตามนโยบายและกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงาน ให้แล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย. นี้

จึงมีคำถามตามมาแล้วอัตราค่าไฟงวดใหม่ (พ.ค.-ส.ค.) ที่ กกพ. ประกาศไปล่าสุดหน่วยละ 3.95 บาท ปรับขึ้นมาหน่วยละ 7 สตางค์ เทียบกับงวดปัจจุบันหน่วยละ 3.88 บาท (ม.ค.-เม.ย.) ค่าไฟจะเป็นเท่าไรกันแน่!

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ค่าไฟงวดใหม่ที่จะเริ่ม 1 พ.ค. นี้ ยังเป็นอัตราที่ กกพ. ประกาศไปก่อนหน้านี้ที่ “อัตราเฉลี่ยหน่วยละ 3.95 บาท” บิลงวดใหม่ที่จะเริ่ม 1 พ.ค. ยังไม่ได้ปรับตามนโยบาย กพช. ล่าสุด เนื่องจาก กกพ. และ 2 การไฟฟ้า กฟภ. และ กฟน. อยู่ระหว่างศึกษาและออกแบบอัตราบันไดค่าไฟใหม่ ก่อนเสนอ รมว.พลังงาน และ กพช. ภายใน มิ.ย. นี้ ตามนโยบายของ กพช.

ส่วนจะมีผลต่อรอบบิล และแนวทางการคำนวณค่าไฟในช่วงก่อนหน้าหรือไม่ ต้องรอสรุปหลักเกณฑ์และการพิจารณาร่วมกันกับ 2 การไฟฟ้าก่อน

สำหรับโครงสร้างค่าไฟขั้นบันได หรืออัตราก้าวหน้า อธิบายกันง่ายๆ หมายความว่า ขั้นบันไดปัจจุบันที่ยังไม่ปรับใหม่ กลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน

  • 150 หน่วยแรก (หน่วยที่ 0-150) คิดค่าไฟอัตราหน่วยละ 3.24 บาท
  • 250 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 151-400 )คิด 4.22 บาท
  • เกิน 400 หน่วยขึ้น (หน่วยที่ 401 ขึ้นไป )ไปคิด 4.42 บาท

สมมุติเดือนไหนใช้ไฟ 450 หน่วย ก็จะคิดตามขั้นบันได คือ 150 หน่วยแรกคิด 3.24 บาท หน่วยที่ 151-400 คิดหน่วยละ 4.22 บาท หน่วยที่ 401-450 จะคิด 4.42 บาท ไม่ใช่ว่า จะเหมารวม 450 หน่วยแล้วคำนวณด้วย 4.42 บาทเลย แต่จะคิดเป็นขั้นๆ ไป

ส่วนกรอบ “ขั้นบันไดใหม่” ที่ กพช. เห็นชอบ บ้านเรือนไหนใช้ไฟ 200 หน่วยแรก จะคำนวณในอัตราหน่วยละ 3 บาททั้งหมด ซึ่งจะได้เท่ากันทุกบ้านในอัตราเบื้องต้น ไม่ว่าบ้านไหนจะใช้เท่าไร 200 หน่วยแรก จะคำนวณที่ไม่เกิน 3 บาท เทียบกับอัตราปัจจุบัน 200 หน่วยแรกจะเกินหน่วยละ 3 บาทขึ้นไป เช่น 150 หน่วยแรก (หน่วยที่ 0-150) คิดค่าไฟอัตราหน่วยละ 3.24 บาท และ 250 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 151-400 ) คิด 4.22 บาท ต้องรอ กกพ. ประกาศเป็นทางการอีกครั้ง รวมถึงอัตราค่าไฟก้าวหน้าในส่วนที่เกินหน่วยละ 200 บาท ต้องรอหารือกับ 2 การไฟฟ้าอีกครั้ง ตามนโยบายของ กพช.

อัตราขั้นบันได้ใหม่ทั้งหมดนี้ ต้องรอให้ “กกพ.” ประกาศใช้อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ถึงจะมีผลบังคับใช้

“โครงสร้างการคิดค่าไฟใหม่ ยังเป็นแบบขั้นบันไดเช่นเดิม แต่จะมีการปรับตัวเลขในแต่ละช่วงให้แตกต่างจากเดิม โดยผู้ใช้ไฟน้อย เช่น กลุ่มที่ใช้ไม่เกิน 200 หน่วย จะได้รับอัตราที่ต่ำกว่า ขณะที่ผู้ใช้ไฟในปริมาณสูง เช่น ใช้เกิน 400 หน่วยขึ้นไปมากๆ จะถูกคิดในอัตราที่สูงขึ้น เพื่อจูงใจให้ผู้ใช้ไฟปรับพฤติกรรม หันมาใช้ไฟอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดมากขึ้น”

อย่างไรก็ตามนโยบายนี้ไม่ได้อ้างอิงจากรายได้ของประชาชนโดยตรง แต่พิจารณาจากพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก โดยผู้ที่ใช้ไฟน้อยจะได้รับประโยชน์ ขณะที่ผู้ใช้ไฟมากควรปรับตัวลดการใช้ลง ซึ่งการปรับครั้งนี้ เป็นไปตามรอบการทบทวนโครงสร้างค่าไฟที่โดยปกติจะเกิดขึ้นประมาณทุก 4 ปี ปีนี้เป็นปีที่ 4 พอดีที่ต้องปรับรอบ ซึ่งการปรับครั้งนี้มีลักษณะที่เข้มข้นมากขึ้นกว่าปกติ เนื่องจากรัฐบาลพิจารณาถึงสถานการณ์โลก เช่น ภาวะสงครามและต้นทุนพลังงานที่ผันผวน และต้องการให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม รวมทั้งให้ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ยืนยันว่า ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และการท่องเที่ยวยังคงใช้อัตราเดิม ไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับครั้งนี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ