เมื่อวันที่ 30 เม.ย. เพจเฟสบุ๊คพรรคประชาธิปัตย์ เผยแพร่รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยคณะทำงานระดับนโยบาย หารือร่วมกับตัวแทนจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดหมุดหมายสำคัญในการปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคม ปรับสวัสดิการให้สอดรับกับโลกการทำงานยุคดิจิทัล โดยมุ่งเน้น 4 เสาหลักสำคัญ ดังนี้ 1.ผ่าตัดธรรมาภิบาล ปิดสวิตช์อิทธิพลการเมือง-ระบบอุปถัมภ์ โดยที่ประชุมชี้ให้เห็นถึงปัญหาเรื้อรังของโครงสร้างปัจจุบันที่มี การเมืองและข้าราชการ เข้ามามีบทบาทสูงเกินไปจนขาดความคล่องตัวและความโปร่งใส โดยนายอภิสิทธิ์ เสนอให้ลดสัดส่วนข้าราชการในคณะกรรมการนโยบายฯ และปรับตำแหน่งประธานบอร์ดจาก ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเป็นอิสระ เพื่อให้การบริหารกองทุนฯ เป็นไปอย่างมืออาชีพ ป้องกันปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนและค่านายหน้า
2.โอบรับแรงงานยุคใหม่ประกันสังคมต้องคลุมถึง ฟรีแลนซ์-ไรเดอร์ ในยุคเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม นายอภิสิทธิ์ เสนอให้เร่งผลักดัน “พ.ร.บ.ประกันสังคมแห่งชาติ” เพื่อดึงกลุ่มแรงงานอิสระและไรเดอร์เข้ามาอยู่ในระบบอย่างถาวร ผ่านโมเดลการสมทบเงินรูปแบบพิเศษที่เจ้าของแพลตฟอร์มต้องร่วมรับผิดชอบ พร้อมนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ติดตามการคุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติ ทั้งนี้ยังแสดงความกังวลต่อสัดส่วนผู้ประกันตนมาตรา 40 ที่ลดลงอย่างน่าใจหายเมื่อเทียบกับจำนวนคนทำงานอิสระในปัจจุบัน
3.ปรับสถานะกองทุนเป็นนิติบุคคล แยกการลงทุนออกจากระบบราชการ เพื่อให้เงินสมทบของประชาชนงอกเงยและมั่นคง ข้อเสนอหลักคือการปรับฐานะกองทุนประกันสังคมให้เป็นนิติบุคคลอิสระที่ไม่ขึ้นตรงต่อระบบราชการ โดยแยกภารกิจด้านนโยบาย และการลงทุนออกจากกันอย่างเด็ดขาด เพื่อเปิดทางให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเข้าบริหารจัดการมุ่งเน้นผลตอบแทนที่คุ้มค่าสูงสุดแก่ผู้ประกันตน
4.ปรับมาตรฐานรักษาพยาบาลสิทธิเดียวทั้งประเทศ ลดซ้ำซ้อน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณ ที่ประชุมพิจารณาแนวทางโอนสิทธิการบริหารเงินค่ารักษาพยาบาลไปให้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นผู้ดูแล เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับบริการมาตรฐานเดียวกับระบบรัฐสวัสดิการ โดยให้สำนักงานประกันสังคมมุ่งเน้นไปที่บทบาทกองทุนชราภาพและเงินทดแทน เพื่อความชัดเจนในการบริหารจัดการเงินฝากระยะยาวของประชาชน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกด้วยว่า การปฏิรูปครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการมีตัวแทนในบอร์ด แต่คือการคืนความไว้วางใจให้คนทำงาน ประกันสังคมต้องยึดผลประโยชน์ของสมาชิกเป็นศูนย์กลาง เดินหน้าด้วยความเป็นมืออาชีพ ปราศจากการครอบงำทางการเมืองและข้าราชการอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ คณะทำงานจะรวบรวมข้อสรุปทั้งหมดเพื่อขับเคลื่อนสู่การแก้ไขกฎหมายในสภาต่อไป เพื่อสร้างหลักประกันที่ยั่งยืนให้กับคนทำงานทุกกลุ่มในฐานะฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทยยุคใหม่.



