เมื่อเวลา 11.09 น. วันที่ 30 เม.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ภายหลังจบการพิจารณากระทู้ถามสดของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ตั้งถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เรื่องน้ำมัน ซึ่งนายกรัฐมนตรี มอบหมายนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ ในฐานะ รมว.คมนาคม มาชี้แจง แต่นายพิพัฒน์ ไม่สามารถมาตอบแทนได้ จึงได้มอบหมายนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม มาตอบกระทู้ถามดังกล่าวแทน ซึ่งนายณัฐพงษ์ ได้ฝากประเด็นคำถามเจาะจงไปที่นายกฯ หรือ รมว.คมนาคม ให้มาตอบชี้แจงในการประชุมคราวหน้าด้วยตัวเอง กรณีการกักตุนน้ำมัน เชื่อมโยงกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ และเสี่ย ต. เพื่อนของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม จะจัดการอย่างไร หรือจะเลือกปฏิบัติ 2 มาตรฐาน เพราะเป็นหัวจ่ายสำคัญของพรรคภูมิใจไทย

ทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วงประธานว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ มีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยและซ้ำซาก ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หรือข้อบังคับการประชุมสภา ข้อที่ 151 เจตนาชัดเจนต้องการให้นายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถาม ต้องมาตอบกระทู้ถามในเรื่องนั้นด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็น ให้แจ้งต่อประธานสภาเป็นหนังสือก่อนหรือในวันการประชุมสภา และให้กำหนดว่าจะตอบได้เมื่อใด ดังนั้นต่อไปถ้านายกฯ หรือรัฐมนตรีบอกว่าไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ ประธานจะแจ้งที่ประชุมได้หรือไม่ว่าเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้คืออะไร

“สภาจะได้ทราบว่า ท่านไปเปิดงานสำคัญกว่าการมาตอบกระทู้ตรงนี้จริงหรือไม่ หรือท่านประชุมซึ่งความจริงจะเลื่อนก็ได้แล้วไม่มาตอบกระทู้ ประธานควรวินิจฉัยด้วยซ้ำว่าเหตุที่แจ้งมาเข้าข่ายความจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้หรือไม่ และหากแจ้งเพียงว่ามีนัดหมายไว้ก่อน ประธานควรแจ้งที่ประชุมด้วยว่า นัดหมายอะไร เมื่อไหร่ มีหลักฐานหรือไม่ สภาจะได้ศักดิ์สิทธิ์ อย่างน้อยหากประธานไม่สามารถทัดทานได้ สังคมจะได้รับรู้ ว่ามันเป็นจำเป็นขนาดนั้นหรือไม่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ทำให้นายโสภณ วินิจฉัยยืนยันว่า ปฏิบัติตามข้อบังคับที่ 151 เขียนไว้ชัดเจน ว่า “มอบหมายได้” ประเพณีปฏิบัติที่ผ่านมาก็เป็นแบบนี้ในกระทู้ถามสด ประเด็นที่นายอภิสิทธิ์หยิบยกขึ้นมาคือกระทู้ทั่วไป มันมีเวลาที่เลื่อนไปตอบวันอื่น ฉะนั้นหากจะให้ตนปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ต้องไปแก้ข้อบังคับ

นายอภิสิทธิ์ จึงชี้แจงว่า ข้อบังคับถ้าจะบอกกันว่าให้ปฏิบัติตามลายลักษณ์อักษร แต่ไม่มีการตรวจสอบ มันก็เหมือนไม่มีข้อบังคับ ต่อให้แก้ข้อบังคับก็ไม่มีประโยชน์ ตนพยายามหาทางออก จะได้ไม่ต้องมาเถียงเรื่องแบบนี้ทุกสัปดาห์ ตนแค่เรียกร้องว่าอย่างน้อยที่สุดโปร่งใสหน่อย เหตุผลคืออะไร มีหลักฐานหรือไม่ ไม่อย่างนั้นเราก็ส่งเสริมให้นายกรัฐมนตรี กับรัฐมนตรีหนีสภา ไปเรื่อย ๆ

นายโสภณ จึงกล่าวว่า ตนประสานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้ประสานและหารือพรรคการเมืองเพื่อปรับปรุงข้อบังคับที่ไม่สามารถทำได้และเป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่ปฏิบัติงานของสภา ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าข้อบังคับที่เขียนไว้ สส. ไม่ได้ปฏิบัติตรงตามข้อบังคับ จึงเป็นเหตุให้การวินิจฉัยของประธานมีปัญหา อย่างไรก็ดี ตนเห็นด้วยกับนายอภิสิทธิ์ที่ข้อบังคับต้องชัดเจน

ขณะที่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ลุกขึ้นชี้แจงว่า วันนี้ไม่ได้มีใครทำผิดข้อบังคับ ไม่มีอะไรผิดการปฏิบัติของสภา ตั้งแต่เปิดสภามา ท่านเห็นรัฐมนตรีหนีสภาหรือไม่ เราพยายามจะทำให้กระบวนการตรวจสอบและการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติมันทำได้ ตนขอฝากไปยังฝ่ายค้านว่า สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ขอให้ระบุล่วงหน้าหน่อยว่าจะถามกระทู้เรื่องอะไร ไม่จำเป็นต้องบอกว่าจะถามอะไร เพื่อจะได้ประสานงานรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาตอบชี้แจง กระบวนการนิติบัญญัติของเราจะได้ประโยชน์ไปยังประชาชน

ส่วนนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หารือสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ กรณีที่รัฐมนตรีต้องมีหนังสือแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่มาตอบกระทู้ได้ โดยย้ำว่ากรณีที่นายกรัฐมนตรีหรือนายพิพัฒน์ มอบหมายให้นายสิริพงศ์ มาตอบ ต้องมีหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร และบอกถึงเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นเพื่อความบริสุทธิ์ใจขอให้เปิดเผย อย่าไปทำหนังสือหรือทำนัดขึ้นมาย้อนหลัง เพื่อไม่ให้สภากังขาว่าเหตุที่นายกฯ หรือนายพิพัฒน์ไม่สามารถตอบกระทู้ได้ เป็นเหตุที่หลีกเลี่ยงได้หรือไม่

นายพริษฐ์ อภิปรายต่อว่า ขณะที่ประธานวิปรัฐบาลขอความร่วมมือให้แจ้งก่อนล่วงหน้าก่อนวันประชุมว่าจะถามกระทู้สดรัฐมนตรีคนใด แต่การตั้งถามกระทู้สดเป็นความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชน และเป็นประเด็นที่สืบเนื่องจากการประชุม ครม. ทุกวันอังคาร ดังนั้นจะให้รู้ว่าถามเรื่องใด ก่อนมติ ครม. เป็นไปได้ยาก แต่เพื่ออำนวยความสะดวกกับประธานวิปรัฐบาล ขอแจ้งการถามกระทู้สดในสัปดาห์หน้า ว่าจะถามนายกฯ ซึ่งแจ้งล่วงหน้า 1 สัปดาห์ ประธานวิปรัฐบาลสามารถประสานงานได้ และตนจะรอดูว่านายกฯ มาตอบกระทู้สดต่อสภา หรือใช้คติว่า ถ้าว่างแล้วจะมาตอบต่อสภา ซึ่งผิดข้อบังคับการประชุมสภา ในสภาที่นายกฯ เป็นสมาชิก

ในตอนท้ายนายโสภณ ชี้แจงว่า กระทู้สดที่ผ่านมา ประธานได้มอบให้รองประธานสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเป็นไปตามข้อบังคับ ส่วนกระทู้ใดสดหรือไม่ หรือใครตอบ ตนไม่ทราบ เป็นแนวปฏิบัติตลอด การคาดคั้นเอาเป็นเอาตาย บอกว่าตนผิดข้อบังคับไม่ถูก ขณะที่การประสานงานของวิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลให้เป็นเรื่องที่ตกลงกัน ประธานมีหน้าที่ควบคุมการประชุมให้เรียบร้อย ส่วนหนังสือไม่ใช่จะเอาเวลานี้