สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ว่า อาร์เอสเอฟ ซึ่งเป็นองค์กรเฝ้าระวังด้านสิทธิสื่อ ยกตัวอย่างที่บ่งชี้ให้เห็นว่าเสรีภาพของสื่อลดลง ไม่ว่าจะเป็น “การโจมตีอย่างเป็นระบบ” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ต่อนักข่าว และกรณีของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งประหารชีวิตผู้สื่อข่าวเมื่อปีที่แล้ว
“นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 25 ปี ของดัชนีเสรีภาพสื่อของอาร์เอสเอฟ ซึ่งประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมากกว่าครึ่งหนึ่ง มีสถานการณ์เสรีภาพสื่ออยู่ในกลุ่ม ‘ยากลำบาก’ หรือ ‘ร้ายแรงมาก’ โดยคะแนนเฉลี่ยของทุกประเทศและดินแดนทั่วโลก ไม่เคยตกต่ำขนาดนี้มาก่อน” อาร์เอสเอฟ ระบุในแถลงการณ์
ขณะเดียวกัน สัดส่วนของประชากรโลกที่อาศัยอยู่ในประเทศซึ่งมีสถานการณ์เสรีภาพสื่ออยู่ในระดับ “ดี” ลดลงอย่างมาก จาก 20% เหลือไม่ถึง 1% โดยในกลุ่มนี้มีเพียง 7 ประเทศในยุโรปเหนือ และนอร์เวย์เป็นประเทศที่มีสถานการณ์เสรีภาพสื่อดีที่สุดในโลก รองลงมาคือ เนเธอร์แลนด์ และเอสโตเนีย
????#RSFIndex2026 : À quelle place se classe votre pays dans le Classement mondial de la liberté de la presse 2026 ? Découvrez-le ici : https://t.co/5hHMzwc8KJ
— RSF (@RSF_inter) April 30, 2026
1 : Norvège ????????
2 : Pays-Bas ????????
3 : Estonie ????????
18 : Royaume-Uni ????????
25 : France ????????
64 : États-Unis ????????
113 : Bénin ????????
116 :…
อาร์เอสเอฟระบุว่า สหรัฐมีสถานการณ์เสรีภาพสื่อลดลงจากระดับ “ค่อนข้างดี” เป็น “มีปัญหา” ในปี 2567 และลดลง 7 อันดับในปีนี้ จากอันดับที่ 57 เป็นอันดับที่ 64
รายงานระบุเสริมว่า นอกเหนือจากการโจมตีสื่อของทรัมป์ ซึ่งถือเป็น “นโยบายที่เป็นระบบ” แล้ว สถานการณ์เสรีภาพสื่อในสหรัฐยังเป็นผลมาจากการควบคุมตัวนายมาริโอ เกวารา นักข่าวชาวเอลซัลวาดอร์ ที่ประณามการจับกุมผู้อพยพ และการตัดเงินทุนสนับสนุนการออกอากาศระหว่างประเทศของสหรัฐอย่างมาก
สำหรับประเทศไทย อาร์เอสเอฟจัดอันดับให้สถานการณ์เสรีภาพสื่อของประเทศในปีนี้ อยู่ที่อันดับ 92 จากทั้งหมด 180 ประเทศ ซึ่งลดลง 7 อันดับ จากอันดับที่ 85 ในปีที่แล้ว.
เครดิตภาพ : AFP



