แสนสิริเปิดบิ๊กวิสัยทัศน์รับเศรษฐกิจโลกผันผวน วิเคราะห์ไทยจ่อขึ้นแท่น “Global Safe Asset” หรือสินทรัพย์ปลอดภัยระดับโลก นิยามใหม่แห่งความมั่งคั่งที่รวม “ความมั่นคง-คุณภาพชีวิต” ไว้ด้วยกัน ชี้กลุ่มมหาเศรษฐีทั่วโลก (UHNWIs) แห่ปักหมุดใช้ไทยเป็นบ้านหลังที่สอง มั่นใจโครงสร้างพื้นฐานแกร่ง-ค่าครองชีพคุ้มค่า ดันยอดโอนคอนโดฯ ต่างชาติพุ่งทะลุ 13,000 หน่วยต่อปี กระจายตัวทุกสัญชาติไม่พึ่งพาแค่จีน

นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ ประธานผู้บริหารสายกลยุทธ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ท่ามกลางสมรภูมิเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ร้อนแรง ประเทศไทยกำลังถูกยกระดับจากเพียง “จุดหมายท่องเที่ยว” ไปสู่การเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ที่นักลงทุนระดับสูงใช้รักษามูลค่าความมั่งคั่งในระยะยาว เนื่องจากมี Infrastructure of Life ที่โดดเด่น ทั้งระบบสาธารณสุขระดับโลก โรงเรียนนานาชาติชั้นนำ และความปลอดภัยในการใช้ชีวิต ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กลุ่มทุนทั่วโลกมองหาภายใต้แนวคิด Wealth + Wellness + Mobility

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ตอกย้ำภาพชัดเจนว่าแม้กำลังซื้อในประเทศจะเผชิญแรงกดดันจากยอดปฏิเสธสินเชื่อที่สูง แต่ความต้องการจากต่างชาติยังคงแข็งแกร่งและฟื้นตัวเท่าระดับก่อนโควิด โดยพฤติกรรมการซื้อเปลี่ยนจากการเก็งกำไรสู่ “ดีมานด์จริง” เพื่ออยู่อาศัยระยะยาว โดยมีกลุ่มลูกค้ารัสเซีย ไต้หวัน ยุโรป และอินเดีย เข้ามาเติมเต็มพอร์ตอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนจากโปรเจกต์ยักษ์ภาครัฐอย่าง “แลนด์บริดจ์” มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท และการขยายตัวของ EEC ที่ช่วยยกระดับไทยเป็นฮับการลงทุนในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม แสนสิริย้ำว่าไม่ใช่ไทยอสังหาฯ ทุกแห่งจะเป็น Safe Haven ได้ แต่ต้องเป็นโครงการที่มีมาตรฐานการบริหารจัดการระดับสากลและมีระบบนิเวศหลังการขายที่แข็งแกร่ง เพราะกลุ่มมหาเศรษฐีไม่ได้ซื้อเพียงตัวตึก แต่ซื้อ “ความมั่นใจ” ในมูลค่าสินทรัพย์อีก 20-30 ปีข้างหน้า โดยแสนสิริพร้อมวางบทบาทเป็น Benchmark หรือบรรทัดฐานสูงสุดของอุตสาหกรรม เพื่อพิสูจน์ว่าอสังหาฯ ไทยคือคำตอบที่ดีที่สุดในการลงทุนและการใช้ชีวิตระดับโลกอย่างยั่งยืน