เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงเปิดโครงการ “Love for Humanity by Siriraj ครั้งที่ 4” เตรียมลงพื้นที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกให้ผู้ป่วยด้อยโอกาส ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวระหว่างวันที่ 4–7 พฤษภาคม 2569 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลม.มหิดล เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว “Love for Humanity by Siriraj” ครั้งที่ 4 ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมี พระราชวชิรธรรมาจารย์ เจ้าอาวาสวัดป่า บ้านตาด พณฯ สีสะหวาด อินพะจัน เอกอัครรัฐทูตแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำราชอาณาจักรไทย นางครองขนิษฐ รักษ์เจริญ เอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ และ ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช หัวหน้าภาควิชา ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์และกายภาพบำบัด ม.มหิดล ร่วมพูดคุยถึงการดำเนินงานในโครงการฯ ดังกล่าว
ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวว่า ในปีนี้ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในการสนับสนุนภารกิจเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ภูมิภาคอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้คณะฯ ยังได้ระดมทรัพยากรทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญสหวิชาชีพ เพื่อดำเนินการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกจำนวน 49 ราย รวม 72 ข้อ พร้อมมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงวิชาการ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ของ สปป.ลาว ให้เติบโตได้อย่างเข้มแข็ง
“โครงการนี้เน้นย้ำถึงบทบาทของศิริราชพยาบาลในฐานะ “สถาบันการแพทย์ของแผ่นดิน” ที่ไม่เพียงให้บริการประชาชนในประเทศ แต่ยังขยายความช่วยเหลือและองค์ความรู้ไปสู่ระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความสุขและความสงบสุขร่วมกันในสังคมโลก”ศ. นพ.อภิชาติ กล่าว
ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช
ระบุว่า ภารกิจปีนี้มีความท้าทายสูง เนื่องจากผู้ป่วยกว่าครึ่งเป็นเคสซับซ้อน ทีมแพทย์จึงขยายเวลาปฏิบัติงานเป็น 3 วัน เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด
และที่สำคัญ ศิริราชได้สร้าง “ประวัติศาสตร์ครั้งแรกของโลก” ด้วยการคิดค้นและผลิต กระดูกเบ้าสะโพกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล ด้วยเทคโนโลยี 3D Printing ภายในโรงพยาบาล (Point of Care) โดยใช้วัสดุไทเทเนียมระดับการแพทย์ ช่วยให้ชิ้นส่วนกระดูกเทียมมีความพอดี ลดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นตัวของผู้ป่วย
“เทคโนโลยีดังกล่าวจะถูกนำไปใช้จริงกับผู้ป่วยชาวลาว 4 ราย ที่มีความซับซ้อนสูง เดินทางมารับการผ่าตัดด้วยนวัตกรรมนี้ที่ศิริราช ถือเป็นการเข้าถึงการรักษาระดับสูงสุดในปัจจุบัน“ศ.นพ.กีรติ กล่าว
นอกจากนี้ โครงการยังบูรณาการศาสตร์ การแพทย์แผนไทยร่วมกับกายภาพบำบัด เพื่อช่วยลดอาการปวดและฟื้นฟูร่างกายผู้ป่วยหลังผ่าตัดให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ศ.นพ.กีรติ กล่าวว่าโครงการ Love for Humanity by Siriraj เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2566 และได้ดำเนินภารกิจในหลายประเทศ เช่น เนปาล ภูฎาน และศรีลังกา
ก่อนจะขยายมาสู่ลาวในปีนี้
”ภารกิจครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการรักษาผู้ป่วย แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาว 75 ปี ผ่านความร่วมมือด้านสาธารณสุข การถ่ายทอดองค์ความรู้ และพลังแห่งความเมตตาที่ก้าวข้ามพรมแดน“ ศ.นพ.กีรติ กล่าว
ด้าน พระราชวชิรธรรมาจารย์ (หลวงพ่อสุธรรม สุธัมโม) เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด กล่าวว่า
โรงพยาบาลศิริราช มีความรู้ความสามารถที่จะรอไททาเนียมขึ้นมาแทนกระดูกที่มันเปื่อยยุ่ยไม่สามารถไปใช้กระดูกเดิมได้
อาจารย์แพทย์นำความรู้ความสามารถเหล่านี้ เทคนิคต่างๆทั้งหลายไปสอนไปอบรมให้แก่ทีมแพทย์สาธารณสุขทั่วโลก
”โครงการนี้ให้ผลเห็นทันตา คนไข้เจ็บปวดมาร่วม 10 ปีเพียงแค่ 3 ชั่วโมง หายเจ็บปวด เดินได้ ได้ชีวิตใหม่ ก็ต้องอาศัยกำลังคณะศรัทธา ญาติโยมคณะ ศิษยานุศิษย์ ร่วมกันบริจาคมา เพื่อการใช้จ่ายเพื่อการดูแลรักษาแต่คนยากไร้ในส่วนนี้กันต่อไป“พระอาจารย์สุธรรม กล่าว
สำหรับภารกิจครั้งสำคัญนี้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2569 ณ โรงพยาบาลมิตรภาพนครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้รับเมตตาธรรมและการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากพระราชภาวนาวชิรา พระราชวชิรธรรมาจารย์ และพระพรหมศากยวงศ์วิสุทธ์ ในฐานะสะพานบุญสำคัญที่เชื่อมโยงศรัทธาและความร่วมมือทางการแพทย์ข้ามพรมแดน เพื่อให้โครงการบรรลุเจตนารมณ์แห่งความเมตตาและมิตรภาพ อันแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน



