สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ออกแถลงการณ์ร่วมกัน แสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อการหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือหลักของโลก โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดผ่านของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ประมาณ 1 ใน 4 ของการส่งออกทางเรือทั่วโลก และมากกว่า 80% มีปลายทางอยู่ที่ทวีปเอเชีย
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงทางพลังงานโลก ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซผันผวนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังทำให้ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย และต้นทุนด้านโลจิสติกส์พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบลูกโซ่ไปยังระบบอาหาร รวมถึงทำให้ราคาปุ๋ยแพงขึ้นและอาจเกิดการขาดแคลนในห่วงโซ่อุปทานปุ๋ย ซึ่งจะกระทบต่อเกษตรกรในภูมิภาค
ASEAN economic ministers say Middle East war could significantly slow regional growth https://t.co/uDnXlH0CEk
— ST Foreign Desk (@STForeignDesk) May 1, 2026
แถลงการณ์ระบุด้วยว่า ค่าครองชีพกำลังพุ่งสูงขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค โดยครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและธุรกิจขนาดเล็กเป็นกลุ่ม ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ทั้งนี้ ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนให้คำมั่นว่า จะหลีกเลี่ยงการสร้างอุปสรรคทางการค้าที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะกับสินค้ากลุ่มอาหารและพลังงานในช่วงวิกฤติ ยืนยันจะเปิดโครงสร้างพื้นฐานทางการค้า เช่น พรมแดนทางบก สนามบิน และท่าเรือ เพื่อให้สินค้าที่จำเป็นยังคงไหลเวียนได้ และตกลงที่จะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของภูมิภาค.
เครดิตภาพ : REUTERS



