จากกรณี แม่วัย 26 ปี โยนลูกชายวัย 8 เดือน ทิ้งป่าข้างบ้าน และต่อมาได้เสียชีวิต ตำรวจจึงคุมตัวแม่เด็กและผู้ที่เกี่ยวข้องสอบเครียด เพื่อหาสาเหตุทึ่เด็กเสียชีวิต โดยส่งร่างของหนูน้อยไปชันสูตรยังรพ.สวรรค์ประชารักษ์ (เขาเขียว) จ.นครสววรค์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง ตามที่ปรากฏเหตุการณ์ไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดท่าตะคร้อเขาทอง หมู่ที่ 5 ต.เทพนคร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร มีกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากเดินทางมาช่วยกันเตรียมงานศพให้ “น้องใบบุญ” อายุ 8 เดือน โดยทางวัดจัดพิธีสวดพระอภิธรรม จำนวน 2 คืน ก่อนจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2569

ด้าน พระอธิการปรัชญา จารุธัมโม เจ้าอาวาส วัดท่าตะคร้อเขาทอง ที่เคยได้ช่วยเหลือให้ที่พักอาศัยในวัดกับพ่อและเด็กได้เดินทางมารอรับศพของเด็ก 8 เดือนด้วย ภายหลังเปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก เมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 68 ปีที่ผ่านมา พ่อของเด็กยังไปขอที่พักอาศัยในวัด จนเป็นข่าวดังมาแล้ว มีผู้ใจบุญเดินทางมาช่วยเหลือทั้งภาครัฐและเอกชนชาวบ้านมากมาย ไม่คิดว่าวันนี้จะมาเกิดเหตุการณ์สลดขึ้น
โดยก่อนหน้านี้ อาตมาได้สอบถามญาติโยมในวัดว่าตอนนี้ พระพี่ชายของ นายกุ้ง พ่อเด็กได้สึกจากความเป็นพระแล้ว ยังจะอนุญาตให้เด็กและพ่อเข้ามาอยู่ในวัดได้หรือไม่ ซึ่งญาติโยนก็ตามใจเจ้าอาวาส ไม่ขัดแต่อย่างใด ตั้งแต่คลอดและแม่ทิ้งเด็กไปนั้น พบว่าเด็กทารกแรกเกิดมีอาการผิดปกติทางร่างกายข้อเท้าขาพิการ 1 ข้าง ได้เข้าตู้อบที่โรงพยาบาลกำแพงเพชรได้เพียง 1 สัปดาห์ ก็มาอยู่วัดเลย โดยตลอดระยะเวลา 4 เดือน ที่อยู่ในวัดนั้น ญาติโยมได้ช่วยกันดูแลอย่างดึ ตั้งแต่อาบน้ำยันป้อนนมเพราะพ่อเด็กออกไปทำงานรับจ้าง ซึ่งช่วงแรกก็ดูแลเด็กดีแต่พอช่วงหลัง ตอนบ่ายของทุกวันจะออกไปนอกวัดครั้งละ 2 ถึง 3 ชั่วโมง โดยไม่รู้ว่าไปทำอะไรที่ไหน ปล่อยลูกทิ้งไว้เป็นภาระให้อาตมาดูแล ซึ่งก็มักจะทะเลาะต่อยกันกับพระพี่ชายที่บวชอยู่ในวัดบ่อยครั้ง
ขณะที่ พระพี่ชายนั้น ติดเกมส์ไม่ค่อยได้ช่วยดูแลเด็กสักเท่าไหร่ จึงไม่พ้นการดูแลของอาตมาอีกเช่นเคย บางครั้งก็รู้สึกกลัวว่าจะทำอาตมาหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้ไล่ให้ออกไปอยู่ที่อื่น มีแต่บอกว่าจะเอาลูกไปฝากจ้างให้ป้าเลี้ยงเดือนละ 3,000 บาท ซึ่งก็ออกไปได้ 4 เดือนแล้ว อาตมาก็ยังไปส่งและแวะเวียนดูบ่อยครั้งก็ยังอยู่ดีปกติ พอหลังจากทราบข่าวก็รู้สึกใจหาย และเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งถ้ายังอยู่วัดญาติโยมก็จะคอยช่วยกันเลี้ยงดู แต่ถ้าไม่ไหวก็จะส่งสถานสงเคราะห์รับเลี้ยงเด็กที่ดูแลต่อได้ ซึ่งได้วางแผนไว้หลายเรื่องทั้งการเปลี่ยนนมให้เด็กกินเพราะนมที่บริจาคมาจากผู้ใจบุญจะใช้ไม่ได้แล้ว ซึ่งพฤติกรรมของพ่อเด็กเป็นสันดานเดิมที่แก้ไขไม่ได้แล้ว ช่วงหลังก็หลบหน้าเวลากลับมาที่วัด โดยสองวันก่อนได้กลับมาเอานมและแพมเพิร์สไปให้ ลูกหลวงพ่อก็จัดไว้ให้ และจะขอเงินช่วยครั้งละ 100-200 บาท ก็ให้ไปตลอด แต่บางครั้งก็ไม่ได้ให้เพราะเห็นว่ามีอาการมึนเมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่กำลังรอรับศพ “น้องใบบุญ” นางหนูแก่น อายุ 69 ปี และ นางกิมฮวย อายุ 54 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ที่คอยอาบน้ำเลี้ยงดูป้อนนมให้กับเด็กทุกวัน ได้มีปากเสียงด่าทอกับพ่อของเด็ก เกือบที่จะลงมือทำร้ายกัน ทางพ่อเด็กได้ก้มกราบเท้าหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัด ที่เคยให้ที่พักพิงอาศัย โดย นางหนูแก่น กล่าวว่า รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก พยายามถามพ่อเด็กว่าไปทำอย่างไร ถึงให้ลูกตาย ยอมรับหลังจากรู้ข่าวเสียใจมาก พยายามจะถามหลวงพ่อและเดินทางมาดูศพเด็ก แต่ได้ข่าวว่านำส่งพิสูจน์ที่ จ.นครสวรรค์ เลยมาพร้อมหลวงพ่อวันนี้
ด้าน นางกิมฮวย กล่าวว่า ตั้งแต่นำเด็กมาอยู่ที่วัดตนก็ไปอาบน้ำป้อนนมเลี้ยงดูทุกวัน ผู้เป็นพ่อไม่สามารถทำได้เนื่องจากเด็กยังเล็ก มีจะมีโอกาสดูแลน้องเพียง 4 เดือน แต่ก็รักและผูกพันเหมือนลูกหลานตัวเอง พอทราบข่าวว่าน้องเสียชีวิตรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก หากวิญญาณของน้องรับรู้ก็อยากให้ไปเกิดในที่ สบาย ๆ ขอให้เจอพ่อ-แม่ที่ดีกว่านี้
จากนั้นเวลา 14.00 น. อาสากู้ภัยสว่างกำแพงเพชร จุดโค้งวิไล ได้นำร่างของ น้องใบบุญ มายังวัดอุเบกขาราม เพื่อบำเพ็ญกุศลทางศาสนา โดยมีชาวบ้านและญาติที่เคยดูแลน้องเข้ามารอรับศพ ต่างพากันร้องไห้เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะที่พ่อเด็กได้ใส่ชุดให้กับลูก ก่อนนำบรรจุใส่ในโรงเย็นพร้อมกับกล่าวขอโทษลูก และให้ลูกฟังพระ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจกับผู้ที่เห็นเหตุการณ์ครั้งนี้
สำหรับผลชันสูตรศพของ น้องใบบุญ ระบุว่า “…กะโหลกแตก ปอดฉีก มีรอยฟกช้ำทั่วร่างกาย…” ซึ่งเกิดจากการถูกกระแทกอย่างหนัก โดยขณะนี้ผลการสอบสวนของตำรวจ มีพยานหลักฐานชัดเจนว่าผู้เป็นแม่ได้ก่อเหตุทำร้ายลูกจนเสียชีวิต แต่ผู้เป็นแม่ยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
อย่างไรก็ตาม นายทศพร อายุ 30 ปึ พ่อของ “น้องใบบุญ” กล่าวว่า ตนมีส่วนทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ยอมรับว่าดูแลลูกไม่ดี เพราะตนต้องหางานทำ ซึ่งเหตุที่ออกจากวัดเพราะทะเลาะเข้าใจผิดกับพระพี่ชาย นำลูกไปฝากป้าเลี้ยงไว้ ต่อมาก็มีปากเสียงทะเลาะกับป้าเนื่องจากตนไม่พาลูกไปหาหมอ มารู้อีกทีก็พบว่าป้าเอาลูกมาส่งไว้ที่บ้านของเมียแล้ว จะเอากลับไปอยู่วัด แต่แม่ของเมียขอให้อยู่อีกวัน ที่ผ่านมาก็มีทะเลาะกับเมียเรื่องเมียขอเงิน แต่ก็หนีออกมานอกบ้าน ซึ่งไม่เคยลงมือตีเมียแต่อย่างใด โดยเมียตนเป็นฝ่ายทำร้ายตนมากกว่า ยอมรับว่าตนและเมียเสพยาหลายครั้ง ล่าสุดตนก็เพิ่งเสพไปเมื่อ 4 วันที่แล้ว ตนออกมาบอกว่าเมียตนไม่ได้ทำนั้น เพราะตนไม่รู้ เนื่องจากออกไปทำงานไม่อยู่บ้าน จนสุดท้ายหลานสาวเป็นคนบอกข้อมูลตน ก็เชื่อว่าเมียเป็นผู้ก่อเหตุโยนลูกทิ้งกองขยะข้างบ้าน.



