สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ว่า ยูเอสทีอาร์ระบุว่า การระบุชื่อดังกล่าวสงวนไว้ตามกฎหมาย สำหรับประเทศที่การกระทำ นโยบาย และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทางปัญญาที่ร้ายแรงที่สุด ซึ่งส่งผลกระทบอันไม่พึงประสงค์มากที่สุด ต่อผลิตภัณฑ์ของสหรัฐที่เกี่ยวข้อง
“นอกจากนี้ การระบุชื่อยังหมายความว่า ประเทศที่อยู่ในรายชื่อไม่ได้เจรจาโดยสุจริต หรือมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการเจรจา เพื่อให้ความคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ” ยูเอสทีอาร์ ระบุเสริม
อนึ่ง การที่เวียดนามถูกระบุในรายชื่อดังกล่าว ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 13 ปี ที่มีประเทศใดประเทศหนึ่งถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่นี้
The Trump Administration is using the enforcement tools necessary to counter unfair trade practices targeting American innovators and creators.
— United States Trade Representative (@USTradeRep) April 30, 2026
Today, USTR released its 2026 Special 301 Report on the effectiveness of U.S. trading partners’ protection and enforcement of IP…
ยูเอสทีอาร์ระบุว่า สำนักงานจะตัดสินใจภายใน 30 วัน ว่าจะเริ่มการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2517 หรือไม่ ซึ่งหากดำเนินการเช่นนั้น ยูเอสทีอาร์ก็จะขอปรึกษาหารือกับเวียดนาม และพยายามแก้ไขปัญหาที่นำไปสู่การระบุให้เวียดนามเป็น “ประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามากที่สุด” (พีเอฟซี)
ขณะเดียวกัน ยูเอสทีอาร์ถอดอาร์เจนตินาและเม็กซิโก ออกจากรายชื่อ “ประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ” (พีดับเบิลยูแอล) โดยอ้างถึงการปรับปรุงด้านสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศเหล่านั้น
ทั้งนี้ ประเทศที่อยู่ในรายชื่อพีดับเบิลยูแอล ซึ่งเป็นระดับต่ำกว่ารายชื่อพีเอฟซี ยังรวมถึงจีน อินเดีย ชิลี อินโดนีเซีย รัสเซีย และเวเนซุเอลา.
เครดิตภาพ : REUTERS



