เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายกรมเจ้าท่า (จท.) ว่า ได้กำหนดแนวทาง Quick Win เพื่อเร่งรัดโครงการต่างๆ ของ จท. ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับการขนส่งทางน้ำของไทย มีเป้าหมายให้ประชาชนได้รับความสะดวก และปลอดภัย

โดย Quick Win 1 เร่งรัดโครงการให้แล้วเสร็จ และเปิดใช้งานโดยเร็ว โดยเฉพาะการพัฒนาท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นสถานีเรือโดยสารอัจฉริยะ (Smart Pier) ซึ่งยังล่าช้า เพื่อเปิดบริการครบทั้ง 29 ท่าเรือภายในปี 2570 ปัจจุบันปรับปรุงเสร็จ 16 ท่าเรือ เหลืออีก 13 ท่าเรือ



Quick Win 2 ให้ริเริ่มโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ การเสริมทรายชายหาดบางแสน จ.ชลบุรี การพัฒนาระบบบริหารความปลอดภัยท่าเทียบเรือท่องเที่ยว ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต กระบี่ และระยอง การพัฒนาระบบแพลตฟอร์ม MSW (Maritime Single Window) เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุนในการนำเข้า-ส่งออกสินค้า การพัฒนาท่าเรือสำราญ และสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ฝั่งอันดามัน อ่าวไทยตอนบน และอ่าวไทยตอนล่าง
นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้ศึกษาการพัฒนาท่าเรือสำราญแบบจอดทอดสมอ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจ ในพื้นที่ จ.สงขลา จะใช้รูปแบบให้เรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise) จอดนอกชายฝั่ง และใช้เรือลำเล็กลำเลียงนักท่องเที่ยวเข้าสู่ฝั่ง (Tender Boat) เพื่อเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเมืองเก่าสงขลา อยู่ระหว่างผลักดันให้เป็นมรดกโลก และปัจจุบันมีเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่จากสิงคโปร์เดินทางผ่าน แต่ไม่สามารถจอดแวะได้ เนื่องจากร่องน้ำลึกเพียง 4-5 เมตร ไม่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ได้ โดยให้นำการพัฒนาท่าเรือที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างมาเป็นต้นแบบในการดำเนินการ
กรมเจ้าท่าขอรับการจัดสรรงบประมาณปี 2570 ประมาณ 25 ล้านบาท เพื่อศึกษาความเหมาะสม ออกแบบรายละเอียด และประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อขุดลอกร่องน้ำ และก่อสร้างท่าเทียบเรือรองรับเรือท่องเที่ยว ที่ จ.สงขลา เบื้องต้นจะดำเนินการบริเวณหลังเกาะหนู เกาะแมว โดยต้องปรับปรุงร่องน้ำทางเข้า และจุดจอดทอดสมอ ความลึก 10.5 เมตร รวมทั้งก่อสร้างท่าเทียบเรือ รองรับเรือรับส่ง Tender Boat ขนาด 50 ฟุต ได้พร้อมกัน 6 ลำ รองรับ 200 คนต่อลำ และอาคารผู้โดยสารขนาดเล็ก รองรับ 800-1,200 คน มีด่านตรวจคนเข้าเมือง และพื้นที่จอดรถรถระยะสั้น

นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า Quick Win 3 ให้เร่งเสนอขออนุมัติโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ในการพัฒนาท่าเรือสำราญเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางน้ำในระยะยาว โดยปัจจุบันโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570
ขณะเดียวกันจะเสนอเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) คู่ขนานกัน และตั้งเป้าหมายจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบภายในปี 2569 หากเห็นชอบจะเปิดประมูล PPP ปี 2570 ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดบริการในปี 2575

นายสรรเพชญ กล่าวด้วยว่า สำหรับงบประมาณปี 2570 เบื้องต้น จท. ได้เสนอของบประมาณ 5,200 ล้านบาท ในโครงการสำคัญ อาทิ ขุดลอกร่องน้ำในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงแก้ไขจุดคอขวดด้านการเดินเรือ ยอมรับว่าที่ผ่านมาการพัฒนา และบำรุงรักษาร่องน้ำยังขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ และการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ทำให้การดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จึงต้องผลักดันให้ จท. มีบทบาทเป็นหน่วยงานหลักอย่างชัดเจน พร้อมสนับสนุนงบประมาณให้เพียงพอ เพื่อให้พัฒนาต่อเนื่อง

ทั้งนี้ได้สั่งการให้ จท. เร่งขุดลอกร่องน้ำในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม หรือพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าฤดูน้ำหลาก



