เมื่อวันที่ 2 พ.ค. นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร อดีตผู้บริหารของสายการบินนกแอร์ หลานชายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและข้อความพาดพิงถึงผมในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ผมขอเรียนว่า ผมไม่มีความประสงค์ที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในขณะนี้ ซึ่งผมเชื่อว่าจนถึงขณะนี้ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏได้พิสูจน์ให้ทุกท่านเห็นแล้วว่าข้อกล่าวหาต่างๆ นั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง
ผมขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา ผมทุ่มเทเพื่อพัฒนาคุณภาพด้านการศึกษาและการพัฒนาประเทศเป็นที่ตั้งสูงสุด ดังที่บุคคลใกล้ชิดและผู้ที่เคยร่วมงานกับผมทราบถึงความตั้งใจนี้ดี ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการพาดพิงหรือกล่าวหาในลักษณะนี้จะสิ้นสุดลง เพื่อให้ทุกฝ่ายได้กลับไปมุ่งเน้นกับการทำงานที่สร้างสรรค์ต่อไป
ทั้งนี้ ทีมงานนายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ส่งข้อมูลให้ “เดลินิวส์ออนไลน์” เป็นข้อมูลไทม์ไลน์รายละเอียดการประสานงานระหว่างทีมงานของ CEO หนุ่มรายหนึ่ง กับ “อธิบดีราเชน” หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความสัมพันธ์และข่าวลือเรื่องคลิปหลักฐาน โดยข้อมูลล่าสุดยืนยันชัดเจนว่า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน “CEO ไม่เคยได้เข้าพบอธิบดีราเชนแม้แต่ครั้งเดียว” โดยไทม์ไลน์แบ่งเป็น 2 ช่วงคือ 1.ช่วงก่อนการเลือกตั้ง โดยนายสุริยะ ยังไม่ได้เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 68 ทีมงานนัดเข้าพบ (ไม่ใช่ CEO) ขอนัดเข้าพบอธิบดี โดยไม่ได้ติดต่อในฐานะ CEO และได้นัดเป็นวันที่ 22 ก.ค. 68 ต่อมาวันที่ 22 ก.ค. 68 ทีมงานเข้าพบ (CEO ไม่ได้ไป) อธิบดีตำหนิว่า CEO ไม่มาด้วยตัวเอง ถือว่าไม่ให้เกียรติกัน บ่นประมาณ 5-10 นาที และเชิญให้ทีมงานกลับไป บอกว่าเมื่อ CEO ว่างแล้วค่อยติดต่อมาใหม่ ต่อมา CEO โทรฯ ขออภัยอธิบดีราเชน ที่ครั้งก่อนไม่ได้ไปคุยด้วยตัวเอง คุยประมาณ 2-3 นาที

2.ช่วงหลังการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 69 ทีมงานสอบถามคิวเข้าพบ หน้าห้องให้ติดต่อสอบถามคิวอีกครั้ง วันที่ 31 มี.ค. 69 ทีมงานสอบถามคิวเข้าพบ หน้าห้องให้สอบถามคิวอีกครั้ง ต่อมาวันที่ 16 เม.ย. 69 ทีมงานโทรฯ หาหน้าห้องเพื่อสอบถามคิวเข้าพบ แต่ไม่รับสาย วันที่ 19 เม.ย. 69 หน้าห้องอธิบดีติดต่อกลับ หน้าห้องโทรฯ มาแจ้งว่าเพิ่งเห็นสายโทรฯ เข้า จากนั้นหน้าห้องแจ้งคิว/ทีมขอคอนเฟิริ์ม CEO ก่อน วันเดียวกัน ทีมงานโทรฯ กลับไป แจ้งคอนเฟิร์มว่า CEO สะดวก นัดหน้าห้องเป็นวันจันทร์ที่ 20 เม.ย. 69 เวลา 14.00 น. ที่กรมฝนหลวง
อย่างไรก็ตามหน้าห้องอธิบดีได้ติดต่อกลับ แจ้งยกเลิกการเข้าพบ เพราะดูตารางคิวผิด เนื่องจากอธิบดีต้องเข้าพบนายกฯ หน้าห้องแจ้งว่าจะแจ้งวันนัดใหม่ ต่อมาวันที่ 24 เม.ย. 69 ทีมงานโทรฯ ไปหาหน้าห้องเพื่อถามคิวเข้าพบใหม่ หน้าห้องรับสายและพูดว่า “ไม่สะดวกคุยๆ” แล้วกดตัดสาย ซึ่งระยะเวลาการติดต่อตั้งแต่การนัดหมายครั้งแรกทิ้งห่างกันถึง 7 เดือน 17 วัน หรือ 251 วัน ระยะเวลาในการโทรฯ ทั้งหมดสั้นเกินกว่าจะคุยเรื่องอื่นๆ ได้นอกจากการนัดหมาย รวมระยะเวลาการคุยทั้งสิ้น 2.15 นาที
ทั้งนี้ยืนยันว่า CEO ไม่เคยเข้าพบอธิบดีราเชน ตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน หลักฐานชัดเจนจากไทม์ไลน์ดังกล่าว ไม่มีการพบปะ ไม่ได้มอบกระเช้า หรือสิ่งของใดๆ ให้กับอธิบดีทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง ไม่มีการของงบประมาณ หรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับงบประมาณ ไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือการพูดคุยเรื่องอื่นๆ นอกจากการนัดหมายเท่านั้น ส่วนกรณีอธิบดีระบุว่ามี “คลิป 4K” ไทม์ไลน์นี้ไม่มีช่วงใดที่ CEO ได้พบหรือพูดคุยกับอธิบดี ดังนั้นจะมีคลิป 4K ได้อย่างไร ข้อเท็จจริงคือไม่เคยพบ ไม่มีทางมีคลิป.



