เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 69 ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประธานการประชุมผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting ร่วมกับผู้บริหารส่วนกลาง ผู้บริหารหน่วยงานส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกาศจังหวัดเพิ่มเติมในการใช้หลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2567 ให้ครอบคลุมพื้นที่ โดยเพิ่มพื้นที่ดำเนินงานอีก 12 จังหวัด เพื่อรองรับทหารกองประจำการที่มีความพร้อมเข้าสู่กระบวนการเทียบโอนผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการรองรับการจัดการเรียนรู้สำหรับทหารกองประจำการ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่สามารถนำผลการเรียนรู้ ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์เดิมมาใช้ประกอบการเทียบโอนเข้าสู่หลักสูตรได้อย่างเป็นระบบ
การประชุมครั้งนี้มุ่งติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของจังหวัดนำร่องที่ใช้หลักสูตร พ.ศ. 2567 จำนวน 10 จังหวัด สถาบันการศึกษาทางไกล และหน่วยงานที่ดำเนินงานด้านการจัดการเรียนรู้สำหรับทหารกองประจำการ จำนวน 12 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายเพิ่มเติมสำหรับรองรับการใช้หลักสูตร พ.ศ. 2567 ในการจัดการเรียนรู้ให้กับทหารกองประจำการ รวมทั้งสิ้น 23 หน่วยงาน โดยที่ประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค แนวทางการเทียบโอนผลการเรียนรู้ และความพร้อมของพื้นที่ในการขยายการใช้หลักสูตร พ.ศ. 2567 ไปยังจังหวัดเพิ่มเติม เพื่อให้การดำเนินงานมีทิศทางเดียวกัน เป็นไปตามมาตรฐาน และสามารถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ดร.เกศทิพย์ กล่าวว่า หลักสูตรส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2567 เป็นกลไกสำคัญของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในการยกระดับการจัดการเรียนรู้ให้มีความยืดหยุ่น ทันสมัย และมุ่งเน้นผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ ทักษะ ประสบการณ์เดิม และผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจริง มาใช้ประกอบการเทียบโอนเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตร ภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
สำหรับการดำเนินงานในกลุ่มทหารกองประจำการ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ให้ความสำคัญกับการออกแบบระบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับภารกิจ หน้าที่ และช่วงเวลาของผู้เรียน โดยใช้หลักสูตร พ.ศ. 2567 เป็นฐานในการจัดการเรียนรู้ การสะสมผลการเรียนรู้ และการเทียบโอนความรู้หรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทหารกองประจำการสามารถมีเวลาไปพัฒนาตนเองระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และนำไปสู่การยกระดับคุณวุฒิทางการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพตามโครงการ “1 ปี 1 วุฒิ”
อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้เน้นย้ำว่า การประกาศจังหวัดเพิ่มเติมเพื่อใช้หลักสูตร พ.ศ. 2567 จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ มีข้อมูลรองรับ และคำนึงถึงความพร้อมของพื้นที่ ทั้งด้านบุคลากร ระบบการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล การเทียบโอนผลการเรียนรู้ และการติดตามคุณภาพผู้เรียน เพื่อให้การขยายผลไม่เป็นเพียงการเพิ่มจำนวนพื้นที่ดำเนินงาน แต่เป็นการสร้างระบบการเรียนรู้ที่มีมาตรฐาน ชัดเจน ตรวจสอบย้อนกลับได้ และเกิดประโยชน์จริงต่อผู้เรียน
การเพิ่มพื้นที่ดำเนินงานอีก 12 จังหวัดในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการขยายจำนวนพื้นที่ใช้หลักสูตรเท่านั้น แต่เป็นการวางระบบรองรับผู้เรียนกลุ่มทหารกองประจำการให้สามารถเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ การเทียบโอนผลการเรียนรู้ และการยกระดับคุณวุฒิทางการศึกษาได้อย่างมีทิศทางเดียวกัน โดยยึดหลักสูตร พ.ศ. 2567 เป็นฐานกลางในการกำหนดมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และการรับรองผลลัพธ์ของผู้เรียน
การประชุมครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ในการขับเคลื่อนหลักสูตร พ.ศ. 2567 จากระดับนโยบายสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ โดยเฉพาะการรองรับความพร้อมจากการเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์เดิม ให้สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างเหมาะสมกับศักยภาพ หน้าที่ และบริบทชีวิต สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ที่มุ่งส่งเสริม สนับสนุน และจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
ทั้งนี้ จังหวัดนำร่องที่ดำเนินการใช้หลักสูตร พ.ศ. 2567 จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย ลำปาง ร้อยเอ็ด หนองคาย ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ปทุมธานี สุพรรณบุรี ภูเก็ต และชุมพร รวมทั้ง สถาบันการศึกษาทางไกล อีก 1 หน่วยงาน
สำหรับจังหวัดที่ขยายพื้นที่เพิ่มเติม จำนวน 12 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี ราชบุรี นครปฐม สระแก้ว ลพบุรี สระบุรี นครนายก ชลบุรี กาญจนบุรี กรุงเทพมหานคร และเพชรบุรี



