สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ว่าสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นของสหรัฐวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมเชิงพาณิชย์ชุดหนึ่ง พบว่า นับตั้งแต่มีข้อตกลงหยุดยิง เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา อิหร่านระดมเครื่องจักรกลหนัก เช่น รถขุด รถปราบดิน และรถบรรทุกเทท้าย เพื่อเร่งกลับมาเปิดทางเข้าอุโมงค์เก็บขีปนาวุธใต้ดิน ที่เคยถูกโจมตีทางอากาศจนพังทลายลงมา
ทั้งนี้ ซีเอ็นเอ็นประเมินว่า อิหร่านสามารถเคลียร์และเปิดทางเข้าอุโมงค์ได้สำเร็จแล้วถึง 50 แห่ง จากทั้งหมด 69 แห่ง ซึ่งกระจายตัวอยู่ตามฐานทัพใต้ดิน 18 แห่งทั่วประเทศ
รายงานระบุด้วยว่า ยุทธศาสตร์ของสหรัฐและอิสราเอลในช่วงสงคราม มุ่งเน้นการโจมตีทางเข้าอุโมงค์ ถนน และโครงสร้างสนับสนุนการยิงขีปนาวุธ โดยใช้การทิ้งระเบิดเพื่อฝังกลบปิดทางเข้าออกอุโมงค์
Iran is poised to fire far more long-range missiles at Israel and other Middle Eastern nations after rapidly digging out its buried arsenals – an effort that highlights the limits to US bombing strategy, experts said. https://t.co/Rny1xTfFKl pic.twitter.com/STJFMe6L2O
— CNN (@CNN) May 31, 2026
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารชี้ว่า การโจมตีลักษณะนี้อาจทำให้การปฏิบัติการของอิหร่านหยุดชะงักเพียงชั่วคราว เนื่องจากโครงสร้างหลักที่อยู่ลึกใต้ชั้นหินแข็งหลายร้อยเมตรไม่ได้รับความเสียหาย และคลังขีปนาวุธนับพันลูกของอิหร่านที่อยู่ข้างในอาจได้รับความเสียหายในวงจำกัด
ด้านหน่วยข่าวกรองของสหรัฐประเมินว่า อิหร่านสามารถฟื้นฟูศักยภาพการผลิตโดรน ซ่อมแซมเครื่องปล่อยขีปนาวุธ และกู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็วกว่าที่สหรัฐเคยคาดการณ์ไว้มาก โดยอิหร่านอาจสามารถฟื้นฟูศักยภาพการผลิตโดรนได้ ภายในเวลาประมาณ 6 เดือนเท่านั้น.
เครดิตภาพ : REUTERS



