เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 4 พ.ค. ที่พรรคภูมิใจไทย มีการประชุมพรรค นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังไม่ฟ้องในคดีรับค่ารักษาพยาบาลจากบุคคลอื่นจำนวนกว่า 1.3 ล้านบาท เมื่อปี 2562 แลกกับการจ้างผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ว่า ในเรื่องนี้อยู่ในชั้น ป.ป.ช. เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ ฉะนั้นเมื่อตนอุทธรณ์ก็จะมีกระบวนการเรียกสอบพยานเพิ่ม ส่วนตัวอยากให้ตัดสินในวันนี้ พรุ่งนี้ เพราะคดีมีผลกับตนเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่เสียโอกาสไปหลายปีที่ผ่านมา
“อยากให้ ป.ป.ช.ได้ทบทวนมติที่ผมร้องขอ ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการดึงคดี และหากเป็นไปได้อยากให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพราะอาจส่งผลต่อผมในหลายๆ เรื่อง เช่น ตำแหน่งในอนาคต รวมถึงความเชื่อมั่นของประชาชน และเรื่องนี้เป็นเรื่องของการรักษาพยาบาลไม่ใช่เรื่องโกงบ้านโกงเมือง หรือทุจริตอย่างร้ายแรง เป็นเพียงการรักษาพยาบาล ผ่าตัด ตายไปแล้ว แต่ฟื้นขึ้นมาก็เกือบตายทางการเมือง มาทำงานจึงขอโอกาสให้ได้กลับมาทำงานเพื่อประเทศชาติ” นายณัฏฐ์ชนน กล่าว
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวถึงกระแสข่าวน้อยใจไม่ได้ตำแหน่งประธาน กมธ.จึงออกจากไลน์กลุ่มพรรคว่า มีไลน์กลุ่มหลายกลุ่ม แล้วเผลอออกผิดกลุ่ม ยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องของการน้อยใจ เพราะเป็นข้อตกลงก่อนหน้านี้แล้วในเรื่องของกรรมาธิการ ซึ่งเป็นกระบวนการของพรรค พอได้ชี้แจงวิปรัฐบาลก็เชิญตนกลับเข้าสู่ไลน์กลุ่ม ไม่ได้มีปัจจัยเรื่องอื่นๆ
“ไม่มีเรื่องน้อยใจ เพราะก่อนหน้านี้มีข้อตกลงกันแล้ว การมาเป็นนักการเมืองเราอย่ารักษาหน้าตาของตัวเองอย่างเดียว ว่าทำไมไม่ได้ อย่ารักษาเกียรติไว้อย่างเดียว เราต้องรักษาชีวิตของตัวเอง นี่คือปรัชญาทางการเมือง ดังนั้นการจะได้ตำแหน่งหรือไม่ได้ตำแหน่งขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค และยังมีงานอื่นอีกเยอะ หลังจากหลุดกลุ่มไลน์จากความบังเอิญหรือไม่บังเอิญ เจตนาหรือไม่เจตนา ก็ได้รับภารกิจมากขึ้นจากกรรมการบริหารพรรค และหัวหน้าพรรค รวมถึงวิปรัฐบาล ในการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร และงานนอกสภา หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคก็ได้มาคุย และบอกว่ามีอะไรให้บอก ก็เลยเป็นช่องของผมว่าถ้ามีอะไรผมบอกแน่”
เมื่อถามว่า หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคได้รับปากว่าจะให้ตำแหน่งอะไรในครั้งหน้าหรือไม่ นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า ยังไม่มี ตนคงทำหน้าที่ในเรื่องของพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณา และงบประมาณปี 2570 ที่กำลังจะเข้า โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของแลนด์บริดจ์ ซึ่งบ้านตนอยู่ที่จังหวัดสงขลาได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย แต่เพื่อนที่อยู่ในฝั่งอันดามัน หรือภาคใต้ตอนบนค่อนข้างหนัก ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่ต้องออกมาสื่อสารให้กับพี่น้องประชาชน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ยืนยันลงพื้นที่ จ.ชุมพรและระนอง เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกมิติในโครงการแลนด์บริดจ์ ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ อย่างที่ตนแจ้งไปแล้ว เมื่อถามว่า ขณะนี้ดูเหมือนว่าประชาชนเตรียมที่จะยื่นหนังสือคัดค้านโครงการดังกล่าว นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ตนรับฟังทุกคน
ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เตรียมนำคณะลงพื้นที่กับนายพิพัฒน์



