ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่รัฐบาลเตรียมที่จะออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน กรอบวงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมการรองรับผลกระทบวิกฤติตะวันออกกลาง ซึ่งจะมีการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 5 พ.ค. 2569 นี้
การตัดสินใจกู้เงินครั้งนี้ หลังจากได้พิจารณาหาแหล่งเงินจากทุกช่องทางแล้ว ตั้งแต่การบริหารจัดการงบประมาณปี 2569, งบกลาง, เงินสำรองจ่าย รวมถึงงบประมาณปี 2570 แล้ว พบว่ามีเงินงบประมาณไม่เพียงพอ ที่จะดำเนินการรับมือวิกฤติตะวันออกกลาง วิกฤติพลังงาน และวิกฤติเศรษฐกิจ จึงตัดสินใจออก พ.ร.ก.กู้เงิน ดังกล่าว และเป็นการกู้เงินในประเทศ แบบทยอยกู้เงินใช้ตามความจำเป็น ลักษณะเดียวกับการออก พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 1.5 ล้านล้านบาท ในช่วงวิกฤติโควิด
สำหรับการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทครั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้ 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เนื่องจากยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ โดยปัจจุบันหนี้สาธารณะอยู่ที่ 66.38% ของจีดีพี ณ เดือน มี.ค. 2569 โดยประมาณการจีดีพี อยู่ที่ 19.10 ล้านล้านบาท ดังนั้นการกู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพดานหนี้สาธารณะใกล้แตะ 70% ของจีดีพี
หลังจาก ครม.อนุมัติการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทแล้ว จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อคัดกรองโครงการต่าง ๆ ที่หน่วยงานแต่ละแห่งเสนอมาขอใช้เงินกู้ รวมถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส ขณะเดียวกันจะต้องเตรียมรายละเอียดเสนอรายละเอียดและเหตุผลการออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ



