สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ว่า นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันร่วมกับพันธมิตรอาหรับ ซึ่งรวมถึง ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน คูเวต กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เสนอร่างมติเข้าสู่ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ว่าด้วยการเรียกร้อง ให้อิหร่านยุติการโจมตีและวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมต้องเปิดเผยตำแหน่งทุ่นระเบิดทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ
หากร่างมติผ่านความเห็นชอบ มาตรการที่จะตามมาอาจนำไปสู่การคว่ำบาตร และการอาจอนุญาตให้ใช้มาตรการทางทหาร หากอิหร่านยังไม่ยุติคุกคามการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ
SECRETARY RUBIO: We’re asking the UN to call on Iran to stop blowing up ships, remove the mines, and allow humanitarian relief.
— Department of State (@StateDept) May 5, 2026
If the international community can’t rally behind this and solve something so straightforward, then I don’t know what the utility of the UN system is. pic.twitter.com/3bcMg6gEsD
อย่างไรก็ตาม ร่างมติดังกล่าวหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่ระบุถึงการใช้กำลังโดยตรง แต่ดำเนินการภายใต้มาตรา 7 ของกฎบัตรสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งเปิดช่องให้ยูเอ็นเอสซีสามารถบังคับใช้มาตรการตอบสนอง ตั้งแต่การคว่ำบาตรไปจนถึงการใช้กำลังทหาร
ทั้งนี้ รูบิโอกล่าวว่า “ไม่มีใครอยากเห็นการวีโต้เกิดขึ้นอีก สหรัฐจึงปรับเปลี่ยนถ้อยคำเล็กน้อย แต่ยังไม่ค่อยมั่นใจว่า ร่างมติจะผ่านการวีโต้ได้หรือไม่ การลงมติครั้งนี้จึงจะเป็นบททดสอบกลไกการทำงานของยูเอ็น ว่ายังใช้ได้จริงหรือไม่” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณอย่างมีนัยถึงจีนและรัสเซีย ที่เป็น 2 ใน 5 สมาชิกถาวรของยูเอ็นเอสซี ร่วมกับสหรัฐ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส
รูบิโอคาดการณ์ว่า การลงมติน่าจะเกิดขึ้นได้ช่วงต้นสัปดาห์หน้า ขณะที่จีนกล่าวว่า เพิ่งได้รับร่างมติ และ “กำลังอยู่ในระหว่างการประเมินเนื้อหา” ส่วนรัสเซียยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้.
เครดิตภาพ : REUTERS



