สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ว่า คะแนนความนิยมของเมิร์ซ รวมถึงการสนับสนุนพรรคประชาธิปไตยคริสเตียนแห่งเยอรมนี (ซีดียู) และพรรคสังคมประชาธิปไตย (เอสพีดี) ต่างลดลงอย่างมาก ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจซบเซาอย่างกว้างขวาง

หลังจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยนาน 2 ปี การเติบโตทางเศรษฐกิจของเยอรมนีก็กลับมาอีกครั้งเมื่อช่วงสิ้นปีที่แล้ว แต่การฟื้นตัวที่เปราะบางเช่นนี้อาจจบลงอย่างรวดเร็ว ด้วยวิกฤติพลังงานจากสงครามในอิหร่าน และมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ ซึ่งมุ่งเป้าไปยังผู้ผลิตรถยนต์ที่เผชิญกับการแข่งขันอย่างดุเดือดจากจีนอยู่แล้ว

“ผมรู้ว่าบรรยากาศในประเทศอยู่ในขั้นวิกฤติ วิกฤติมาก” เมิร์ซ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความรู้สึกไม่สบายใจนั้น “สัมผัสได้” แต่เขาปฏิเสธการคาดการณ์ของสื่อที่เพิ่มขึ้นว่า รัฐบาลผสมอาจแตกแยก และนำไปสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่

อนึ่ง เมิร์ซขึ้นสู่อำนาจเมื่อปีที่แล้ว โดยเขาให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูกองทัพเยอรมนีที่อ่อนแอลง หลังจากถูกละเลยมานานหลายสิบปี ตลอดจนปฏิรูปเงินบำนาญ ภาษี สวัสดิการ และการใช้จ่ายด้านสาธารณสุข เพื่อบรรเทาแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อการคลังสาธารณะ

อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปที่สัญญาไว้มานาน ถูกขัดขวางโดยข้อพิพาทระหว่างพรรคเอสพีดี กับพรรคซีดียู เกี่ยวกับระดับภาษี ลำดับความสำคัญของการใช้จ่าย และสวัสดิการ ซึ่งต่างฝ่ายต่างกล่าวหาว่า อีกฝ่ายไม่ยอมประนีประนอม

แม้รัฐบาลเบอร์ลินชี้ให้เห็นถึงการใช้จ่ายด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงการอพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายและการอนุมัติการลี้ภัยที่ลดลงอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา ว่าเป็นความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญ แต่ถึงอย่างนั้น ปัญหาเศรษฐกิจและการโต้เถียงเรื่องปฏิรูป กลับบดบังประเด็นอื่น ๆ.

เครดิตภาพ : REUTERS