
เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 69 ที่พรรคชาติพัฒนา เลขที่ 2222/2 ริมถนนมิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน เนื่องในวันคล้ายวันถึงแก่อนิจกรรมของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี คนที่ 17 ของประเทศไทย
ภายในงานมีประชาชนชาว จ.นครราชสีมา ผู้นำชุมชน ประธานชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มสตรี อสม. รวม 90 ชุมชน ตลอดจนผู้แทนภาคการเมือง ภาคท้องถิ่น พ่อค้า คหบดี และนักธุรกิจ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่งกว่า 1,000 คน เพื่อร่วมรำลึกถึงคุณูปการและผลงานของ พล.อ.ชาติชาย ที่มีต่อประเทศชาติและจังหวัดนครราชสีมา

ในโอกาสนี้ มีนายปกครอง ผาสุขยืด หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา “วิว” เยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรคชาติพัฒนา รวมถึงสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาลนครนครราชสีมา และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานจำนวนมาก
พิธีภายในงานประกอบด้วยการถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม การสักการะและคล้องพวงมาลัยดอกดาวเรืองที่รูปหล่อเหมือน พล.อ.ชาติชาย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าสำนักงานพรรคชาติพัฒนา พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมวางดอกกุหลาบ เพื่อแสดงความเคารพและรำลึกถึงอดีตนายกรัฐมนตรีผู้เป็นที่รักของชาวโคราช

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงรถจักรยานยนต์ชอปเปอร์คันโปรดของ พล.อ.ชาติชาย ซึ่งประชาชนชาวโคราชเคยร่วมกันบริจาคคนละ 1 บาท เพื่อซื้อมอบให้ รวมทั้งมีการฉายวีดิทัศน์ชีวประวัติและผลงานของ พล.อ.ชาติชาย ตลอดจนการแสดงดนตรีแซกโซโฟนเพลงที่ท่านชื่นชอบ อาทิ เพลง “บ้านเรา” สร้างบรรยากาศแห่งความทรงจำและความผูกพันอย่างอบอุ่น
นายสุวัจน์ กล่าวว่า แม้ พล.อ.ชาติชาย จะถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2541 ที่ประเทศอังกฤษ และจากไปเป็นเวลา 28 ปีแล้ว แต่ผลงานและความทรงจำที่ท่านสร้างไว้ยังคงอยู่ในใจของพี่น้องประชาชนชาวโคราชและคนไทย โดยเฉพาะในยุคที่ พล.อ.ชาติชาย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างโดดเด่น จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “เศรษฐกิจยุคทอง” และเป็นยุคของนโยบายสำคัญ “แปรสนามรบเป็นสนามการค้า”

นายสุวัจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย เกิดจากภาวะผู้นำ ประสบการณ์ วิสัยทัศน์ ความสามารถในการประนีประนอม และความสัมพันธ์อันดีกับผู้นำประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างโอกาสใหม่ในเวทีระหว่างประเทศ
นายสุวัจน์ กล่าวถึงแนวทางการฟื้นเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันว่า ประเทศไทยควรมุ่งใช้จุดแข็งที่มีศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก ได้แก่ การท่องเที่ยว เกษตรกรรม อาหาร และสุขภาพและสุขภาวะ หากสามารถต่อยอดจุดแข็งเหล่านี้ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เชื่อว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเข้มแข็งและเติบโตได้อีกครั้ง
การจัดงานรำลึกในครั้งนี้ จึงนับเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญู ความเคารพ และความผูกพันที่ชาวโคราชมีต่อ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ และเป็นผู้นำที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของประชาชนเสมอ




