เมื่อวันที่ 6 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายนาราธร หรือ “บังเลาะห์” ออกจากห้องสืบสวนของ สภ.ช้างใหญ่ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและตรวจหาอาวุธที่ผู้ต้องหาอ้างว่า ใช้ท่อนไม้ทุบตีที่ใบหน้า ศีรษะของลุงประหยัด คนขับแท็กซี่จนเสียชีวิต บริเวณที่เกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปิดทางเข้าออกของสถานที่เกิดเหตุ เพื่อไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปใกล้ ทำให้สื่อมวลชนที่ติดตามทำข่าวต้องเดินเท้าเข้าไปกว่า 1 กิโลเมตร มีการนำรถยนต์กระบะมาจำลองแทนรถแท็กซี่เริ่มตั้งแต่การชี้จุดที่จอดรถ
โดย บังเลาะห์ นำชี้ว่ามานั่งเบาะด้านหลัง จากนั้นลงจากรถ ลงมือหยิบท่อนไม้แล้วเดินตรงเข้าไปทุบตี “ลุงประหยัด” คนขับแท็กซี่ ที่ลงจากรถมาพอดี หลายครั้งจนสลบไป จากนั้นได้โยนท่อนไม้ทิ้งในป่าใกล้กับจุดเกิดเหตุ แล้วนำชี้จุดที่เดินเท้าหลบหนีออกไปจากจุดเกิดเหตุ จากการตรวจสอบพบท่อนไม้ต้นยูคาลิปตัส ความยาวประมาณ 1 เมตร มีคราบเลือดติดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงทำการเก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งตรวจเก็บดีเอ็นเอ และเลือดไปประกอบเป็นหลักฐาน

ด้าน พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมตำรวจชุดสืบสวน จากตำรวจภูธรภาค 1 ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชุดสืบสวน สภ.ช้างใหญ่ เพื่อติดตามคนร้ายที่ทำร้ายร่างกาย “ลุงประหยัด” คนขับแท็กซี่ สอบสวนพยาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ตรวจสอบทางเทคโนโลยี จนทราบตัวผู้ก่อเหตุ จากนั้นได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขอศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” และ “ชิงทรัพย์” ก่อนติดตามไปจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้
ส่วนประเด็นการวางแผนไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการสอบสวนเชิงลึกเพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม หากพบพฤติการณ์ความผิดอื่นจะดำเนินการแจ้งข้อหาเพิ่ม เรายังไม่เชื่อในคำให้การผู้ต้องหาทั้งหมด ผู้ต้องหาให้การอย่างไร เราต้องไปหาพยานหลักฐานมาพิสูจน์ทราบ มีการตรวจภายในรถหลายรอบหลายจุดประกอบสำนวนคำรับสารภาพของผู้ต้องหา

จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าขัดแย้งกับผู้ตายเรื่องค่าโดยสารรถแท็กซี่ จำนวนประมาณ 400 บาท ซึ่งผู้ตายติดค้างไว้ จึงมีการตกลงกันว่าจะให้ผู้ต้องหานำโทรศัพท์มือถือไปติดฟิล์มกระจกใหม่ เพื่อเป็นการหักลบกลบหนี้กัน แต่ทางผู้ตายได้มีการทวงถามโทรศัพท์คืนหลายครั้ง เนื่องจากผู้ต้องหาไม่ได้นำไปติดฟิล์มตามที่ตกลงกันไว้เสียที วันเกิดเหตุจึงได้หลอกล่อผู้ตายมายังจุดเกิดเหตุโดยอ้างว่าจะพามาเอาเงิน
เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือของผู้ตายได้จากตัวผู้ต้องหา ส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ เช่น เงินสดและนาฬิกา อยู่ระหว่างการขยายผล สำหรับประวัติอาชญากรรมพบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีประวัติการกระทำความผิดมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งทางตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ขอขอบคุณพลเมืองดีช่วยชี้เบาะแส และพยานหลายรายที่ช่วยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวออกไป ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่พบศพผู้เสียชีวิต.




