เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองมหาสารคาม มีประชาชนเดินทางนำทรัพย์สินมาจำนำเป็นจำนวนมาก เพื่อนำเงินไปใช้เสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ และเป็นค่าใช้จ่ายให้กับบุตรหลานในช่วงใกล้เปิดภาคเรียน โดยมีเงินหมุนเวียน ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 246 ล้านบาท และเตรียมขออนุมัติเงินเพิ่มอีก 30 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง และช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งนอกจากทองคำที่มาจำนำแล้ว พบว่า มีประชาชนนำผ้าไหมมาจำนำรวมกว่า 300 ผืน

นางสาววราลักษณ์ แจ้งฤทัยวงศ์ ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองมหาสารคาม กล่าวว่า ช่วงนี้มีประชาชนและผู้ปกครองมาใช้บริการที่สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองมหาสารคามค่อนข้างมาก เนื่องจากอยู่ในช่วงใกล้เปิดภาคการศึกษาใหม่ ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กอนุบาลและเด็กประถม ซึ่งก็มีการใช้เงินค่อนข้างสูง ซึ่งผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่ร้อยละ 80 จะนำทองคำ ส่วนผ้าไหม ก็มีผู้นำมาจำนำประมาณ ร้อยละ 10 ที่เหลือก็จะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องมือการเกษตร เช่นเครื่องสูบน้ำ เลื่อยไฟฟ้า

โดยสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองมหาสารคาม มีเงินทุนหมุนเวียน ณ ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 246 ล้านบาท และกำลังขออนุมัติเงินเพิ่มอีก 30 ล้านบาท รวมวงเงินกว่า 276 ล้านบาท เพื่อเตรียมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจในช่วงใกล้เปิดเทอมนี้ในส่วนของราคาทองคำที่มีการขึ้นราคาแบบก้าวกระโดด ประชาชนที่เคยนำทองมาจำนำไว้ ก็สามารถมาเพิ่มวงเงินได้ตามราคาท้องคำในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น ก่อนหน้านี้นำทองคำ 1 บาท มาจำนำไว้ที่ 20,000 บาท แต่มาวันนี้ก็สามารถมาเพิ่มวงเงินได้ในราคา 33,000 บาท รวมแล้วก็จะเป็นรับจำนำในราคาทองคำบาทละ 53,000 บาท ซึ่งเป็นเพดานสูงสุด ก็จะได้นำเงินไปหมุนเวียนในธุรกิจ หรือเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงใกล้เปิดเทอม

ซึ่งสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองมหาสารคาม มีโครงการช่วยผู้ปกครองลดค่าครองชีพ จากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ด้วยการลดดอกเบี้ย แบ่งเป็น 3 ระยะของวงเงิน ได้แก่ หากวงเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท จะคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 0.25 บาทต่อเดือน ให้ระยะเวลา 3 เดือน หากวงเงินต้นเกิน 5,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 10,000 บาท จะคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 0.75 บาทต่อเดือน หากวงเงินเกิน 10,000 บาทเป็นต้นไป จะคิดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1 บาทต่อเดือน ซึ่งถือว่าตอบโจทย์ของประชาชนในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ ฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพ่อแม่พี่น้องที่เคยนำทองคำมาจำนำไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งมีวงเงินไม่ถึง 53,000 บาท สามารถนำตั๋วจำนำกลับมาส่งดอก และขอเพิ่มวงเงินเพิ่มเติมได้ ส่วนดอกเบี้ยก็จะหักไปจากเงินต้นได้เลย โดยที่ไม่ต้องเตรียมค่าดอกเบี้ยมา เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน

ทั้งนี้สิ่งของที่นำมาจำนำนอกจากทองคำที่ค่อนข้างเยอะแล้ว อีกสิ่งหนึ่งก็คือ ผ้าไหม ที่ทางสถานธนานุบาลแห่งนี้รับจำนำไว้มากกว่า 300 ผืน ซึ่งเป็นผ้าไหมแท้ บางคนนำมาจำนำไว้กว่า 20 ผืนก็มี ราคาจำนำจะอยู่ที่ผืนละ 400-500 บาท ส่วนเครื่องมือการเกษตรที่นำมาจำนำ ก็จะขึ้นอยู่กับยี่ห้อ และสภาพเก่าใหม่ จะมีทั้งเครื่องตัดหญ้า ไดโว่ เครื่องสูบน้ำ ราคาจะอยู่ที่หลักร้อยถึงหลักพัน ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่นำมาจำนำก็ต้องมีการทดสอบว่ายังสามารถใช้งานได้ ราคาก็จะอยู่ที่หลักพันขึ้นไป