นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางลงพื้นที่ ณ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรจังหวัดสตูล ต.ย่านซื่อ อ.ควนโดน จ.สตูล เพื่อเป็นประธานเปิดงาน “วันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) การผลิตและแปรรูปขมิ้นชันเพื่อการเภสัชกรรม” ภายใต้โครงการความร่วมมือไทย-เยอรมัน (TG-JPP) โดยมี นางสาวดุษฎี พฤกษ์เศรษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และคณะผู้บริหารในสังกัดให้การต้อนรับ

นางสาวปิยะรัฐชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเกษตรแบบเดิมสู่การใช้นวัตกรรม โดยเฉพาะการปลูกขมิ้นชันในกระสอบ ซึ่งถือเป็นโมเดลที่ตอบโจทย์เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสตูลเป็นอย่างมาก เนื่องจากช่วยให้ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับกลุ่มผู้สูงอายุ ลดปัญหาโรคเชื้อราในดิน และที่สำคัญคือสามารถควบคุมคุณภาพของสารสำคัญทางยาให้เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP)

นอกจากนี้ ยังมีการนำนวัตกรรม “ไบโอชาร์” (Biochar) หรือถ่านชีวภาพที่ผลิตจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น เปลือกทุเรียนและเปลือกมังคุด มาผสมในดินปลูก เพื่อช่วยในการอุ้มน้ำ เพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ และยังช่วยในด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการกักเก็บคาร์บอนอีกด้วย

จากการลงพื้นที่พบว่า การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการแปรรูป สามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าได้อย่างมหาศาล จากขมิ้นสดที่ราคาเพียงกิโลกรัมละ 27 บาท เมื่อผ่านกระบวนการแปรรูปเป็นขมิ้นแห้งคุณภาพสูง จะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 250-280 บาท เพื่อส่งเข้าสู่โรงพยาบาลและอุตสาหกรรมยาโดยตรง

“เป้าหมายของเราคือการทำให้จังหวัดสตูลเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพสูงป้อนสู่ระบบสาธารณสุขไทย พร้อมต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ลูกประคบ น้ำมันเหลือง และผ้ามัดย้อม เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนและรายได้ที่ยั่งยืนให้กับคนในชุมชนอย่างแท้จริง” รมช.เกษตรฯ กล่าวทิ้งท้าย

โดยการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อมุ่งเน้นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ๆ ให้กับเกษตรกรไทยในยุคเกษตรอัจฉริยะ