เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 พ.ค. 69 ร.ต.อ.อุดมโชค สิงหกุลศิริ รอง สว.สส.สภ.ย่อยโนนสูง พร้อมด้วยตำรวชุดสืบสวน จับกุมตัวนายถึก ชาว อ.เมือง จ.อุดรธานี ในข้อกล่าวหา “เสพและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยการขายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า” พร้อมของกลางยาบ้า 800 เม็ด ยาไอซ์ 1 ถุง น้ำหนัก 37.5 กรัม โดยจับกุมตัวได้ที่หน้าร้านขายของชำ ปากซอยเข้าบ้านพักของนายถึก เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 7 พ.ค. 69
สืบเนื่องจากตำรวจสืบทราบว่า นายถึก ยังมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด นำยาบ้ามาขายให้กับกลุ่มวัยรุ่น และผู้ใช้แรงงานในพื้นที่ ต.หนองนาคำ และ ต.หนองขอนกว้าง จึงให้สายลับโทรศัพท์ล่อซื้อยาบ้าจำนวน 50 เม็ด ราคา 1,000 บาท ก่อนเข้าจับกุมตรวจค้นตัวนายถึก พบยาบ้าที่เตรียมไว้ขายให้ลูกค้า จำนวน 200 เม็ด และยาไอซ์ 1 ถุง ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ก่อนนำไปตรวจค้นในห้องนอนภายในบ้าน พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในกล่องพลาสติกสีน้ำเงินอีก 3 ถุง จำนวน 600 เม็ด รวมยาบ้าที่ตรวจค้นเจอทั้งหมด 800 เม็ด ควบคุมตัวมาสอบสอบสวนดำเนินคดีที่โรงพัก

ขณะที่ นายถึก อยู่ในห้องควบคุม สภ.ย่อยโนนสูง ก่อนที่จะนำตัวไปบันทึกคำสารภาพและบันทึกจับกุม นางแอ๋ว อายุ 45 ปี ภรรยานายถึก พร้อมกับญาติ ซื้อข้าวน้ำมาให้ โดยภรรยาร้องไห้ด้วยความเสียใจ ที่สามีถูกตำรวจจับ โดยไม่รู้ว่าสามีขายยาบ้ามาก่อน ที่ผ่านมารู้เพียงว่าเสพยาบ้าเท่านั้น และสัญญาว่าจะรอสามีจนกว่าจะพ้นโทษออกมา ก่อนที่ทั้ง 2 คน จะกอดกันร้องไห้ผ่านห้องควบคุม เป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก
จากการสอบสวนนายถึก ให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าที่ตำรวจค้นได้ในตัวและในบ้านพัก ตนซื้อมาจากเพื่อนชาว อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ที่เคยรู้จักกันในคุก เมื่อประมาณ 9 ปีที่ผ่านมา ตนถูกจับในข้อหาเสพและจำหน่ายยาบ้า ของกลางยาบ้า 1,000 เม็ด ศาลตัดสินต้องโทษจำคุก 25 ปี แต่ติดคุกจริงเกือบ 8 ปี เนื่องจากประพฤติตัวดี และได้รับการอภัยโทษ และพ้นโทษออกมาเมื่อเดือน ต.ค. 67 โดยคิดว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และหางานทำ แต่ก็ไม่มีใครรับ เพราะมีประวัติอาชญากรรมติดตัว อยู่ไปได้ประมาณ 2-3 เดือน ก็มาพบรักกับภรรยาใหม่คือนางแอ๋ว ส่วนภรรยาเก่ามีสามีใหม่ตอนที่ตนติดคุก

นายถึก กล่าวต่อไปว่า เมื่อหางานทำไม่ได้ จึงกลุ้มใจแล้วหวนกลับไปเสพยาบ้า เพราะเพื่อนมาเสพต่อหน้าในวงเหล้า ทำให้ตนอดใจไม่ได้ เนื่องจากยาบ้ามีกลิ่นหอมหวนชวนล่อใจ แล้วก็ติดเสพมากขึ้นเรื่อยๆ วันละ 10 เม็ด คือหลังอาหารเช้า เที่ยง เย็น และก่อนนอน ก่อนผันตัวมาเป็นคนขายรายย่อย ได้ประมาณ 2 เดือน โดยไปซื้อจากเพื่อนมาครั้งละ 1,000 เม็ด ในราคา 10,000 บาท ครั้งแรกเชื่อกับเพื่อนไว้ก่อนแล้วผ่อนจ่าย นำมาแบ่งขายในราคาเม็ดละ 30 บาท หากซื้อมากก็จะมีโปรโมชั่นส่วนลดให้ลูกค้า และบางส่วนตนก็จะนำมาเสพเอง พอมีทุนก็จ่ายสดทุกครั้ง และคิดว่าจะเลิกเสพเลิกขายอยู่แล้ว และจะทำเป็นครั้งสุดท้าย เพราะกลัวภรรยารู้ แต่ก็มาถูกจับก่อน ส่วนยาไอซ์ เพื่อนแถมให้ตนมาทดลองเสพ และเปิดตลาดการค้ายาไอซ์ แต่ตนยังไม่ทดลองเสพเลย ก็มาถูกจับเสียก่อน
“ผมขอสัญญาว่า (ชู 3 นิ้ว) หากพ้นโทษออกมาครั้งนี้ จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกต่อไป เพราะสงสารภรรยา และพ่อแม่ รวมทั้งญาติพี่น้อง ที่ต้องมาเสียใจในการกระทำของผมที่ไม่หลาบจำ ต้องขอโทษสังคม พ่อแม่ ภรรยาและญาติทุกคนด้วย ส่วนภรรยาบอกว่าจะรอจนกว่าจะพ้นโทษออกมา ผมก็บอกว่า หากรอไม่ได้ก็ไม่ต้องรอ เพราะคงติดคุกอีกนานหลายปี ผากถึงวัยรุ่นสร้างตัว เลิกได้ก็ขอให้เลิก เพราะติดเสพหนักแล้ว ก็จะมาเป็นผู้ค้า เพราะไม่มีเงินซื้อมาเสพ แล้วก็จะถูกตำรวจตามจับเกมเหมือนผม เพราะตำรวจยุคนี้เก่งมาก” นายถึก กล่าว.



