เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก. และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ใกล้จะมาถึงแล้ว ขณะนี้หลายคนที่มีความสนใจขออาสาเป็นผู้เข้ามาแก้ปัญหาให้กับชาว กทม. ทั้งในตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ต่างลงพื้นที่เปิดตัวให้ประชาชนได้เห็นกัน
อย่างอดีตข้าราชการ กทม. “นัช หรือ น.ส.นัชธนัญญ์ ทรัพย์ญาณกรณ์” ว่าที่ผู้สมัคร สก.เขตพระนคร พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยแนวความคิดและความตั้งใจที่อาสามาเป็นตัวแทนแก้ไขปัญหาให้ชาวเขตพระนคร กับผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ ว่า “นัช” ขออาสาลงสมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตพระนคร ในนาม พรรคประชาธิปัตย์ โดยชูจุดยืนสำคัญเรื่อง “การเมืองสุจริต” พร้อมนำประสบการณ์จากการรับราชการในหน่วยงาน กทม. กว่า 10 ปี งานสภา กทม. และการลงพื้นที่จริง มาทำงานให้พี่น้องชาวพระนครอย่างมืออาชีพ

สำหรับนัช คำว่า “สุจริต” ไม่ใช่เพียงคำสวย ๆ บนป้ายหาเสียง แต่เป็นหลักที่เคยใช้ตัดสินใจจริง ในวันที่ต้องเลือกระหว่างตำแหน่งกับความถูกต้อง “ตำแหน่งสำคัญ แต่ความถูกต้องสำคัญกว่า” คือประโยคที่สะท้อนเส้นทางของนัชได้ชัดที่สุด
นัช-นัชธนัญญ์ ระบุต่อว่า การก้าวเข้าสู่สนามการเมืองครั้งนี้ ไม่ใช่การยืนอยู่คนละฝั่งกับระบบราชการ แต่นัชเชื่อว่า การเมืองที่ดีและข้าราชการที่เข้มแข็งต้องเดินไปด้วยกันอย่างสุจริต โปร่งใส และเคารพหน้าที่ซึ่งกันและกัน เพื่อให้การดูแลประชาชนเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด
“นัชไม่อยากให้ข้าราชการคนใดต้องเจอสิ่งที่นัชเคยเจอ ไม่อยากให้คนทำงานในระบบต้องเลือกระหว่างหน้าที่กับความถูกต้อง บทบาทของ สก. จึงไม่ใช่แค่การรับเรื่องร้องเรียน แต่ต้องเป็นด่านตรวจสอบงบประมาณ ตรวจสอบการบริหาร และช่วยทำให้กรุงเทพมหานครโปร่งใสขึ้น”

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีในระบบราชการ กทม. นัชผ่านงานหลายด้าน ทั้งงานชุมชน งานพัฒนาสังคม งานบุคคล งานวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว งานจราจร งานวิจัยจราจร งานนโยบายและแผน งานบริหาร และงานติดตามแก้ไขปัญหาพื้นที่จริง
นัชเคยทำงานในสำนักงานเขตดุสิต ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สำนักการจราจรและขนส่ง และสำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงทำให้เห็นปัญหา พร้อมผลักดันการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ให้ประชาชน
นอกจากนี้ นัชยังมีประสบการณ์งานสภา กทม. ในฐานะคณะอนุกรรมการตรวจสอบงบประมาณปี 2569 และคณะอนุกรรมการระบายน้ำ แก้ไขปัญหาน้ำท่วม เขตพระนคร ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของพื้นที่
ที่ผ่านมา นัชได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวพระนครอย่างต่อเนื่อง ทั้งในฐานะผู้ประสานรับเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน และในฐานะคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เขตพระนคร โดยได้ประสานสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของชุมชนในพื้นที่

นัชยังมีโอกาสเข้าไปสำรวจบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รับฟังปัญหาจากชีวิตจริง รวมถึงติดตามสภาพความเป็นอยู่ของกลุ่มเปราะบางและที่พักอาศัยของชาวบ้านในเขตพระนครอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาไม่หยุดอยู่แค่การรับเรื่อง แต่เดินต่อไปถึงการดูแลที่ตอบโจทย์ประชาชนจริง
“นัชไม่ได้เห็นปัญหาพระนครจากเอกสารเท่านั้น แต่เห็นจากบ้านของประชาชน จากชุมชน และจากความเดือดร้อนที่ต้องได้รับการแก้ไขจริง”
ด้านการศึกษา นัชสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี 2 สาขา ได้แก่ นิติศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง สำเร็จการศึกษาปริญญาโท รัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาจิตวิทยาประยุกต์ สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
นัช กล่าวว่า พระนครไม่ใช่เพียงเขตเลือกตั้ง แต่เป็นพื้นที่ที่ตนเองผูกพันจากชีวิตจริง ทั้งการเรียน การเติบโต การทำงาน และการรับใช้ประชาชนในกรุงเทพฯ พระนครเป็นหัวใจของเมืองหลวง มีทั้งพระราชวัง วัดวาอาราม สนามหลวง ชุมชนเก่า ประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว ผู้ค้า จราจร น้ำท่วม งบประมาณ และระบบราชการหลายชั้นที่ต้องเข้าใจอย่างแท้จริง

นัชมองว่า สก. ไม่ควรเป็นเพียงคนรับเรื่องหรือดูแลปัญหาเฉพาะหน้า แต่ควรเป็นคนที่รู้ทางพาปัญหาไปสู่การแก้ไข รู้วิธีต่อยอดพระนครให้คุณภาพชีวิต ปากท้อง ชุมชน ผู้ค้า และการท่องเที่ยวเดินไปด้วยกันได้จริง
ในนาม พรรคประชาธิปัตย์ พรรคที่ยึดมั่นในหลัก “การเมืองสุจริต” และมี พระแม่ธรณี เป็นสัญลักษณ์เดียวกับศรัทธาสำคัญของพี่น้องชาวพระนคร นัชยืนยันว่าจะใช้ความรู้ ประสบการณ์ และความเข้าใจระบบราชการ ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้ และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
“การลาออกจากราชการไม่ใช่การถอย แต่คือการเลือกยืนข้างความถูกต้อง วันนี้ขอกลับมาทำงานให้พระนครในอีกบทบาทหนึ่ง ด้วยความเชื่อว่า การเมืองสุจริตยังมีที่ยืน และคนทำงานจริงยังสามารถทำให้พระนครดีขึ้นได้” นัชขอโอกาสเป็นคนรุ่นใหม่ที่รู้ระบบ รู้พื้นที่ และพร้อมทำงานอย่างมืออาชีพ เพื่อทำให้คำว่า “พิเศษ” มีความหมายกับชีวิตคนพระนครจริง ๆ.



