เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในอดีตอำเภอสังขละบุรี ไม่มีแผนที่ถนนหลวงของประเทศไทย ตัวอำเภอสังขละบุรีเก่า ตั้งอยู่ที่บริเวณที่เรียกว่า “สามประสบ” จุดที่แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน พื้นที่นี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญมาตั้งแต่สมัยอยุธยาในฐานะเมืองหน้าด่าน “สังเคลียะ” ที่ดูแลชายแดนไทย-พม่า บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านที่นี่มีทั้งชาวไทย ชาวขมุ ลาว กะเหรี่ยง มอญ ผูกพันอยู่กับการทำนาในที่ราบลุ่มและการสัญจรทางเรือ โดยมี วัดวังก์วิเวการาม (หลังเก่า) ซึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2496 โดย หลวงพ่ออุตตมะ

จุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์

การก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม ในสมัยนั้นปัจจุบันเปลี่ยนเป็น เขื่อนวชิราลงกรณ ในปัจจุบัน ก่อสร้างเขื่อนเมื่อปี พ.ศ. 2522 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเริ่มดำเนินโครงการก่อสร้าง เขื่อนเขาแหลม (ชื่อเดิม) เพื่อวัตถุประสงค์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและชลประทาน เป็นเขื่อนหินถมดาดหน้าด้วยคอนกรีต (Concrete Face Rockfill Dam – CFRD) ซึ่งถือเป็นเขื่อนชนิดนี้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในขณะนั้น โดยเลือกพื้นที่บ้านเขาแหลมเป็นจุดกั้นน้ำ ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำเหนือเขื่อนทั้งหมด ซึ่งรวมถึงตัวอำเภอสังขละบุรีเก่าต้องกลายเป็นอ่างเก็บน้ำการอพยพครั้งใหญ่ พ.ศ. 2526-2527 เมื่อการก่อสร้างเขื่อนใกล้เสร็จสิ้น

หลวงพ่ออุตตมะได้เป็นผู้นำในการพาสังฆะและชาวบ้านอพยพขึ้นสู่ที่ราบเชิงเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของอำเภอในปัจจุบัน เมื่อปิดประตูเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำในปี พ.ศ. 2527 กระแสน้ำค่อยๆ ขึ้นเอ่อล้นเข้าท่วมไร่นาสวน บ้านเรือนประชาชน สถานีอนามัย สถานีตำรวจ โรงเรียน วัดวังก์วิเวการามหลังเก่า จมหายไปใต้ผืนน้ำแห่งนี้ ในช่วงหน้าแล้งจะสามารถเห็นร่องรอยสิ่งปลูกสร้างต่างๆ แต่ไม่บ่อยทุกปี ได้อย่างชัดเจนด้วยสายตา

ขอบคุณ Nussorn Chanathipphitphiboon