เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 พ.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปี สภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อเตรียมการที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1/2569 หรือเวิลด์แบงก์ (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) ในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมถึง 15,000 คนจากประเทศสมาชิกเกือบ 200 ประเทศทั่วโลกในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจการเงินระดับสูงตั้งแต่ระดับ รมว.คลัง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้แทนธนาคารต่างๆ และคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของเวิลด์แบงก์ และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

ปกติการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ทุก 3 ปีและเปิดโอกาสให้ทุกประเทศแสดงตัวเป็นเจ้าภาพ การที่ประเทศไทยได้รับการพิจารณาให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมครั้งนี้ต้องถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีเป็นอย่างยิ่งในการเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ยืนยันว่าประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่ประชาคมโลกยังให้ความเชื่อมั่น ให้ความมั่นใจในการที่จะอยู่ในแวดวงของการเงิน การคลังของโลก ฉะนั้นเราต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจกันกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการประชุมเวิลด์แบงก์คนถือเงินทั้งหมดในโลกนี้มาประชุมบ้านเราต้องถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากและถือเป็นโอกาสที่เม็ดเงินทั้งหลายจะตกอยู่ในประเทศของเราได้มากแค่ไหนการสนับสนุนต่างๆ

นายกฯ กล่าวต่อว่า ถือว่าการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมระดับนานาชาติที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง บุคคลสำคัญของแต่ละประเทศเดินทางเข้ามาอยู่ในประเทศไทย มีหลายประเทศที่ผู้นำประเทศควบตำแหน่ง รมว.คลังด้วย ฉะนั้นถึงแม้ว่าเขาจะเข้ามาประชุมในสถานะที่เป็น รมว.คลัง แต่เขายังมีตำแหน่งและมีสถานะเป็นผู้นำประเทศ ซึ่งเราคงจะต้องให้การต้อนรับและให้การอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยให้เขาตลอดเวลาที่พำนักอยู่ในประเทศไทย บางท่านก็เป็นถึงประมุขของรัฐด้วย

วันนี้จะมีความจำเป็นจึงต้องได้รับความร่วมมือจากฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและฝ่ายปกครอง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่จะทำตรงนี้ ไม่ใช่เราเคยจัดการประชุมเช่นนี้มาก่อน เมื่อปี 2534 หรือ 35 ปีที่แล้ว ตนจำความได้ ตอนนั้นเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ และกลับมาประเทศไทย และเห็นว่ามันมีการเปลี่ยนในเรื่องของระดับความมั่นใจที่ประเทศไทยขยับสถานะตัวเองขึ้นมาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เราก็มีการเปิดกว้างขึ้นในเรื่องของการเงินการคลังและการตลาดหลักทรัพย์ ในเรื่องของการออกตราสารเริ่มมาตั้งแต่ตอนนั้น

เราสร้างศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ขึ้นมาในครั้งนั้นเพื่อรองรับการประชุม ปีนี้เช่นกันเรายังใช้สถานที่เดิม ปรับปรุงให้มีความทันสมัยเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เมื่อปี 2565 ได้ใช้เป็นสถานที่ในการจัดประชุมสุดยอดผู้นำเอเปก ซึ่งทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี

นายกฯ กล่าวอีกว่า ฉะนั้นเป็นเรื่องของความพร้อมของประเทศไทยที่เราได้รับความไว้วางใจจากไอเอ็มเอฟ ที่มอบหมายให้เราเป็นเจ้าภาพในการประชุมในครั้งนี้ภายใต้ธีม Empowering People, Building Resilience ผสานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งตรงนี้เป็นการผสมผสานที่มีคุณค่าเป็นอย่างยิ่งกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความยอมรับ ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้ประเทศไทยขึ้นมาเหมือนครั้ง 35 ปีที่แล้ว และการประชุมจะมีในช่วง 5 เดือนกว่าข้างหน้า หวังว่าทุกอย่างจะดำเนินการไปได้ด้วยความเรียบร้อย.