เมื่อวันที่ 11 พ.ค. นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงเหตุการณ์การตรวจพบคลังอาวุธสงคราม วัตถุระเบิดซีโฟร์ และเอกสารปลอม ภายในพื้นที่ จ.ชลบุรี ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงคดีอาชญากรรมธรรมดา แต่คือ “สัญญาณเตือน” ที่สั่นสะเทือนต่อระบบความมั่นคงของประเทศไทยอย่างร้ายแรง เราจะปล่อยให้เรื่องเงียบไปไม่ได้ แม้วันนี้สังคมจะได้เห็นภาพที่น่าชื่นชมจากตำรวจระดับปฏิบัติการ โดยเฉพาะ ส.ต.ท.นิลพัฒน์ ทองย้อย ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม ปฏิบัติหน้าที่งานจราจร สภ.นาจอมเทียน ที่ใช้ความช่างสังเกตและไหวพริบจากเหตุรถพลิกคว่ำ จนนำไปสู่การขยายผลครั้งใหญ่ แต่คำถามสำคัญที่รัฐบาลยังไม่ตอบคือ เหตุใด “ระบบข่าวกรองและความมั่นคงของรัฐ” จึงปล่อยให้บุคคลต่างชาติสามารถสะสมอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดไว้กลางชุมชนได้นานขนาดนี้ โดยไม่มีหน่วยงานใดตรวจพบ

นายปิยรัฐ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีทั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ กอ.รมน. หน่วยข่าวกรองทหาร สันติบาล ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หน่วยต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และหน่วยงานด้านไซเบอร์ความมั่นคง ที่ใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในแต่ละปี แต่กลับไม่สามารถตรวจจับภัยคุกคามลักษณะนี้ได้ จนต้องรอให้อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผล นี่คือเรื่องที่นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหารสูงสุด ต้องตอบประชาชนอย่างตรงไปตรงมา

นายปิยรัฐ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลควรชี้แจงอย่างน้อย 5 ประเด็นสำคัญ 1.อาวุธและวัตถุระเบิดเหล่านี้ถูกลักลอบนำเข้าประเทศผ่านช่องทางใด 2.มีเครือข่ายสนับสนุนในประเทศหรือเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ 3.บุคคลที่เกี่ยวข้องมีประวัติการเดินทาง การถือครองทรัพย์สิน หรือความเชื่อมโยงกับหน่วยงานใดที่รัฐควรเฝ้าระวังมาก่อนหรือไม่ 4.ระบบข่าวกรองไทยล้มเหลวตรงจุดใด และใครต้องรับผิดชอบ 5.รัฐบาลจะยกระดับมาตรการป้องกันอย่างไร เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลาง “ระเบิดเวลา” โดยไม่รู้ตัว

นายปิยรัฐ กล่าวต่ออีกว่า ที่สำคัญ เรื่องนี้ไม่ควรจบลงเพียงการแถลงข่าวแล้วบอกว่ากำลังรอรายงานตามลำดับชั้น แต่สิ่งที่รัฐบาลควรทำต่อจากนี้อย่างเร่งด่วน คือ ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างตำรวจ ข่าวกรอง ทหาร และหน่วยงานความมั่นคง เพื่อขยายผลถึงเครือข่ายทั้งหมด ตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาอาวุธ ทบทวนระบบฐานข้อมูลบุคคลต่างชาติที่เข้าข่ายความเสี่ยงสูง ยกระดับระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ซึ่งที่ผ่านมาเป็นจุดอ่อนสำคัญของรัฐไทย เปิดเผยผลการสอบสวนต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน