เมื่อวันที่ 11 พ.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีสำนักข่าวกัมพูชาเผยแพร่รายงาน เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ระบุว่า ฝ่ายไทยได้ตกลงเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ในกรณีการอ้างสิทธิทับซ้อนในพื้นที่ทางทะเลนั้น ว่า รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ไทยเพียงรับทราบการแจ้งเจตจำนงของฝ่ายกัมพูชาที่ประสงค์จะเข้าสู่กระบวนการดังกล่าว แต่การรับทราบดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการตอบตกลง หรือการเห็นชอบของฝ่ายไทยแต่อย่างใด
น.ส.รัชดา กล่าวว่า ไทยเห็นว่าทั้งสองฝ่ายควรใช้โอกาสนี้ในการพบหารือร่วมกัน และใช้กลไกต่างๆ ที่มีอยู่ระหว่างกันอย่างเต็มที่ โดยไม่ควรด่วนสรุปถึงแนวทาง หรือความเป็นไปได้ในการยุติประเด็นข้อพิพาท เนื่องจากไทยยังเชื่อมั่นว่าทั้งสองประเทศสามารถหาทางออกที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ร่วมกันได้ ผ่านกระบวนการหารือด้วยความจริงใจและบนพื้นฐานของความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน
ส่วนประเด็นเรื่องการเปิดด่าน ขอเน้นย้ำการหารือสามฝ่ายระหว่าง นายกรัฐมนตรีกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นจากการริเริ่มของฝ่ายฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน ในการหารือไม่มีการเจรจาเกี่ยวกับการกำหนดเขตแดน หรือการเปิดพรมแดนแต่อย่างใด ทั้งสองฝ่ายเพียงเห็นพ้องให้เริ่มต้นการหารือในระดับปฏิบัติการก่อน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในประเด็นต่างๆ
“รัฐบาลไทย ขอยืนยันว่า จะดำเนินการทุกแนวทางด้วยความรอบคอบ รอบด้าน และตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนไทย โดยประเทศไทยจะรักษาเกียรติภูมิ อธิปไตย และผลประโยชน์ของประชาชนไทยอย่างเต็มที่ พร้อมยึดมั่นแนวทางสันติวิธีและการเจรจาที่สร้างสรรค์ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเกิดความสูญเสียจากกระบวนการใดๆ ในครั้งนี้” น.ส.รัชดา กล่าว



