วันที่ 11 พ.ค. 69 “เดลินิวส์” ได้จัดงาน เดลินิวส์ ทอล์ก 2026 ภายใต้หัวข้อ “AICONOMIC DISRUPTION: เมื่อ AI กำหนดอนาคตเศรษฐกิจ” ต้องปรับตัวอย่างไร โดยเชิญผู้บริหารระดับไอคอนิก ที่คุ้นเคยกับ AI มาร่วมแชร์ไอเดีย ถอดบทเรียนจากองค์กรและธุรกิจที่ใช้ AI พลิกเกมการแข่งขัน การทำธุรกิจให้อยู่รอดและสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยงานจัดขึ้น ที่ ห้องบอลรูม 2 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ
นายอรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง กลุ่มบริษัท บิทคับ เปิดเผยว่า บิทคับ แม้ว่าไม่ใช่บริษัทเอไอ แต่ได้มีเอไอด้วย ใช้ในการทำงานภายในบิทคับ ซึ่งปัจจุบันโปรแกรมเมอร์ 1 คน ผลิตภาพเพิ่มขึ้น 3 เท่า เท่ากับว่า 1 คน สามารถทำงานได้ 3 คน ทีมเดียวคนเดียวทำได้ทุกอย่าง
ตัวอย่างเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเพื่อนชาวต่างชาติ อยากให้คนมานวดที่บ้าน แต่ใช้เอไอช่วย ผ่านการค้นหาและให้เอไอติดต่อโทรฯ ไป แต่คำตอบจากปลายสายคือ เป็นสแกมเมอร์หรือไม่ แม้จะใช้แบบเบสิก แต่การใช้ให้มีความเป็นมนุษย์มากกว่า
ปัจจุบันรูปร่างหน้าตาของเอไอ ของที่เกี่ยวข้องกับบริษัทออฟฟิศ ต้องเตรียมตัว เพราะหุ่นยนต์ที่เชื่อมกับระบบเอไอเข้ามา ทำให้อาจจะต้องกลับมาคิด และมีทางออกหลายแบบ ยกตัวอย่าง เดลินิวส์ เดิมเป็นหนังสือพิมพ์ และปรับตัวสู่ยุคออนไลน์ โซเชียลมีเดีย ทุกคนก็ต้องปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลง
“ถ้าไปดูวิธีการทำงานของเอไอ บางครั้งก็มั่ว หลักการทำงานเป็นการเดาตามสถิติ แต่แค่ฉลาดและเรียนรู้จากสิ่งที่เราให้ ไม่สามารถ invent ใหม่ 100% ซึ่งคนที่ป้อนคือยังเป็นคนอยู่”
นายอรรถกฤต กล่าวว่า อะไรที่ทำเหมือนกันทุกวันทุกสัปดาห์ เสี่ยงจะถูกเอไอดิสรัป แต่ถ้าเปลี่ยนจากคนทำมาเป็นคนสั่ง เราจะเหมือนกับการมีกองทัพเอไอ เป็นลูกน้องรองรับเรา
ขณะที่ที่บิทคับใช้โปรแกรม HR มาบริหารจัดการซึ่งมีค่าใช้จ่าย ล่าสุดบิทคับได้พัฒนาโปรแกรมขึ้นมาเอง ใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ และสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้
“ตอนนี้ไม่ใช่ยุค Know How แต่เป็นยุค Know Idea คนใช้เอไอเป็นคนที่อยู่รอดในอนาคต”



