เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 69 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วยนายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ยื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อขอหลักฐาน 20 รายการเกี่ยวกับการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ที่ใช้ในการเลือกตั้ง 2569 ที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ที่สามารถสืบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เช่น มติ กกต. ที่อนุมัติการใส่บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกปี 2569 ระเบียบ ประกาศ คำสั่งหรือเอกสารของ กกต. ที่ระบุเจตนาหรือวัตถุประสงค์ หรือกรณีการใช้งาน ของการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งและเอกสารที่ระบุถูกนำไปใช้งานในขั้นตอนใด ของกระบวนการเลือกตั้ง เอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง การพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด คำอธิบายทางเทคนิคว่า คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด ป้องกันการปลอมแปลงอย่างไร รวมถึงนโยบายการเก็บรักษาและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ด้าน ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ “ดร.เรือบิน” ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data Science และ CEO JIB Digital Consult Group กล่าวว่า การยื่นเอกสารครั้งนี้เพื่อใช้สิทธิประชาชนตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ตรวจสอบว่าข้อมูลจากการใช้สิทธิเลือกตั้ง ถูกนำไปใช้อย่างไรและปลอดภัยหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเชื่อมโยง ถึงตัวตนผู้ลงคะแนนได้ พร้อมระบุว่า แม้การเลือกตั้ง กทม. ครั้งล่าสุด จะไม่มีการใช้บาร์โค้ดแล้ว แต่ข้อมูลจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ยังต้องได้รับการตรวจสอบว่าเก็บรักษาไว้อย่างไร
ดร.ธรรม์ธีร์ กล่าวอีกว่า ได้ศึกษากฎหมายและระเบียบ กกต. เกี่ยวกับการเลือกตั้งรวม 5 ฉบับ กว่า 606 หน้า แต่ไม่พบคำว่า “บาร์โค้ด” หรือ “คิวอาร์โค้ด” จึงเกิดข้อสงสัยว่าการนำระบบดังกล่าว มาใช้ผ่านการพิจารณาอย่างไร และสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ เอกสารที่ขอจำนวน 20 รายการ ไม่ใช่ความลับราชการ แต่เป็นเอกสารเกี่ยวกับขั้นตอนและกรอบการทำงาน เช่น บันทึกการประชุม เหตุผลการใช้บาร์โค้ด และมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล โดยย้ำว่ายังมีข้อสงสัยว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดถูกใช้เพื่อป้องกันการปลอมแปลงจริงหรือไม่ พร้อมระบุว่าจะทยอยเปิดเผยข้อมูลผ่านโซเชียล เพื่อให้ประชาชนนำไปใช้ตรวจสอบและติดตามประเด็นที่กระทบสิทธิประชาชนต่อไป
นายสมชัย ระบุเพิ่มว่า หากพิสูจน์ได้ว่าไม่มีในมติ กกต. หรือในเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง ก็จะเกิดคำถามว่า กกต. ใช้ฐานอำนาจอะไรในการดำเนินการให้มีบาร์โค้ดเกิดขึ้น เราเห็นว่าเอกสารเหล่านี้เป็นเรื่องจำเป็น หากศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) ใช้เรื่องนี้เป็นประเด็นในการสืบข้อมูล ข้อเท็จจริงเราก็ยินดี อยากให้ศาลเรียกเอกสารตามรายการที่เราได้ขอจาก กกต. เพราะเราก็ไม่แน่ใจว่าการที่เราขอตรงจาก กกต. จะได้รับเอกสารเมื่อใด และจะได้รับหรือไม่ หรือเราจะต้องใช้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารในการขอเอกสาร
นายสมชัย ยังกล่าวอีกว่าในวันพุธที่ 20 พ.ค. เวลา 10.00 น. ทางคณะจะไปดำเนินการยื่นฟ้อง กกต. และคณะ รวม 10 คน ฐานหมิ่นประมาทต่อกองบังคับการปราบปราม เนื่องจากขณะนี้ผ่านมาแล้ว 3 เดือน คดีที่ กกต. ยื่นฟ้องต่อคณะบุคคล ทางกองปราบฯ ยังไม่ได้มีการออกหมายเรียก และเมื่อทวงถามก็ไม่มีความคืบหน้า จึงเห็นว่าการที่มีข้อมูลรายชื่อที่ กกต. ยื่นฟ้องหลุดออกมามีใครบ้าง ทำให้เกิดความเสียหาย กระทบต่อชื่อเสียงและการประกอบอาชีพ



