เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานประชุม พิจารณารายงาน เรื่องการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) ซึ่งคณะกรรมาธิการการคมนาคม พิจารณาเสร็จแล้ว และญัตติเรื่อง ขอให้รัฐบาลทบทวนการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ นายนรเศรษฐ ปรัชญากร สว.เป็นผู้เสนอ
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา รายงานผลการพิจารณาว่า ทาง กมธ.ได้เห็นความสำคัญของแลนด์บริดจ์และติดตามการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์มาอย่างต่อเนื่องว่า มีข้อเสนอแนะใน 2 ระดับให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ 1. ข้อเสนอเชิงนโยบาย มี 6 ประเด็น พบว่าการศึกษาไม่ได้บ่งถึงความพร้อมและมีจุดบกพร่องอยู่หลายเรื่อง หากรัฐบาลต้องการผลักดันเรื่องนี้ต้องทบทวนข้อสมมุติฐานของโครงการในการศึกษา 2.ไปพิสูจน์อุปสงค์อุปทานที่จะใช้ ที่ส่งผลต่อความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและการเงิน และต้องระมัดระวังภาระทางการคลังในระยะยาว
3.โครงสร้างการกำกับดูแลและการบริหาร ในการถ่ายลำจัดการปัญหาให้ชัดเจน 4. ผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์ สิ่งที่ต้องระมัดระวังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนเมื่อทำโครงการนี้การทำโลจิสติกส์ในประเทศไทย จากฐานโลจิสติกส์ภาคกลางย้ายมาอยู่มหาสมุทรอินเดีย ต้นทุนจะถูกจริงหรือไม่ อาจทำให้เกิดการบิดเบือนโครงสร้างต้นทุนโลจิสติกส์ 5. กรอบกฎหมายทบทวนร่าง พ.ร.บ.SEC ไม่ใช่ยาวิเศษ และ 6. ความเสี่ยงและภาระทางการคลัง ประเมินความเสี่ยงทางการคลังอย่างรอบคอบ หลีกเลี่ยงการสร้างภาระผูกพันระยะยาวที่ไม่จำเป็น
2. ข้อเสนอในเชิงปฏิบัติการ มี 9 ข้อ มาจากผลการศึกษาของผู้ที่ศึกษาว่ามีอะไรจะต้องทบทวนแก้ไข 1. ทบทวนและทวนสอบสมมุติฐานหลัก 2. ปรับปรุงแบบจำลองเวลาและต้นทุน 3. บริหารจัดการตู้ให้รองรับระบบราง 4. ประเมินเปรียบเทียบเวลาเส้นทาง 5. ปรับปรุงแบบจำลองส่วนแบ่งตลาด 6. ศึกษาแนวคิดการพัฒนาร่องน้ำ 7. เวนคืนที่ดินการสื่อสารต่อศาล 8. กฎหมายและวิธีการผ่านแดน ถ่ายลำ และ 9. ทบทวนรายงานโดยผู้เชี่ยวชาญ ก่อนกล่าวทิ้งท้ายว่าไม่ต้องเชื่อในสิ่งที่นำเสนอแต่ขอให้กลับไปไตร่ตรอง อยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
จากนั้นนายนรเศรษฐ ได้เสนอญัตติว่า ในขณะที่รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันโครงการภายใต้กรอบกฎหมายของ SEC วันนี้มีคำถามสำคัญมากมายที่ยังไม่ได้มีคำตอบชัดเจนจากรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ขาดความน่าเชื่อถือ ตลอดจนกฎหมายพิเศษที่อาจจะกระทบต่อหลักปกครองและสิทธิประชาชน ยืนยันว่าการเสนอญัตติครั้งนี้ไม่ใช่การขัดขวางการพัฒนา แต่เพื่อให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ โปร่งใสและยั่งยืน.


