เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 69 นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ผ่านระบบ ZOOM ถึงกรณีเกาหลีใต้แบนแรงงานไทยจาก 4 จังหวัด คือ ขอนแก่น อุดรธานี ชัยภูมิ และมหาสารคาม ไม่ให้ไปทำงานภาคเกษตร/ภาคประมงตามฤดูกาลที่มาจาก MOU (E8) เป็นระยะเวลา 1 ปีระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2569 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2569 เนื่องจากมีรายงานบางส่วนที่หลบหนีนายจ้างว่า ปัจจุบันเรามีแรงงานที่ไปทำงานที่เกาหลีใต้ จากทุกระบบราวๆ 3.4 หมื่นคน โดยเฉพาะภาคเกษตรที่เป็นปัญหาในขณะนี้ มีการทำเอ็มโอยูกับ 7 อำเภอของเกาหลี โดยมีข้อตกลง ว่าการจ้างงานด้วยวีซ่า E8 คือทำเกษตรตามฤดูกาล ระยะเวลาทำงาน 5-6 เดือน ครบกำหนดก็กลับไทยแล้วค่อยกลับไปทำงานใหม่ภายใต้บันทึกข้อตกลงนี้
ทั้งนี้ ตามเอ็มโอยูนี้มีข้อกำหนดหลายเรื่อง เช่น ต้องทำงานกับนายจ้าง ไม่หนีนายจ้าง หากหนีนายจ้าง เกิน 20% ในข้อตกลงระบุว่า จังหวัดที่แรงงานมีภูมิลำเนาอยู่จะถูกแบล็กลิสต์เลย จึงนำมาซึ่งการแบล็กลิสต์ 4 จังหวัด เพราะมีแรงงานหนี 20% จากที่ส่งแรงงานไปทำงานตามทำเอ็มโอยู ทั้งหมด 80 คน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ได้สั่งการให้กรมการจัดหางานนัดหมายสถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทย เข้าหารือเพื่อแก้ไขปัญหานี้ร่วมกันว่า จะมีการแก้ไข ผ่อนปรนอย่างไรหรือไม่ หรือลงโทษเฉพาะแรงงานที่หลบหนีได้หรือไม่ โดยจะมีการเชิญหารือเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกันก็สั่งการไปยังสำนักงานจัดหางานจังหวัดให้ลงพื้นที่ไปพบปะญาติพี่น้องแรงงานที่หลบหนีว่า แรงงานเหล่านั้นไปอยู่กับนายจ้างคนใด หรืออยู่กับใคร ที่ไหน เพื่อดำเนินการในส่วนของเราต่อคือกลับประเทศไทย โดยแรงงานเหล่านี้ ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
นายสมชาย กล่าวต่อว่า ในส่วนของเราก็ต้องมีมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการหลบหนีนายจ้างด้วย เพราะการทำเช่นนี้ ส่งผลต่อแรงงานคนอื่นที่อยากไปทำงานต่างประเทศภายใต้วีซ่านี้หมดสิทธิไปทำงานเลย ซึ่งตอนนี้ยังมีแรงงานอีกลอตราวๆ 40 คน ที่รอส่งตัวไปทำงานที่เกาหลีใต้อีก เมื่อถามว่า ในส่วนของไทยต้องขึ้นแบล็กลิสต์แรงงานที่หลบหนี ไม่ให้ออกไปทำงานต่างประเทศด้วยหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า จะมีการแบล็กลิสต์ไม่ให้ไปทำงานต่างประเทศด้วย เพราะส่งผลกระทบภาพรวมต่อตลาดแรงงานในประเทศไทย ต้องมีมาตรการเข้มข้น
เมื่อถามว่า มีญาติของแรงงานที่หนีนายจ้างรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า แรงงานสาวถูกนายจ้างลวนลามจึงต้องมีการหลบหนีไป ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างไรหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูล หากมีข้อมูล สำนักงานแรงงานในเกาหลีใต้ จะมีมาตรการตรวจสอบ เพื่อให้การดูแลคุ้มครองแรงงานเรา ที่ไปทำงานต่างประเทศ ต้องได้รับการปฏิบัติอย่างดี ไม่ใช่ถูกกระทําในทางที่ไม่ชอบ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่เอามาประกอบการตัดสินใจ และเป็นอีกหนึ่งเหตุผล ที่เราจะมีข้อโต้แย้งกับรัฐบาลเกาหลี เพราะถือเป็นสิทธิของแรงงาน ในการหานายจ้างใหม่ หรือร้องเรียนกับนายจ้าง ที่กระทําไม่ถูกกฎหมาย รวมถึงจะต้องมีการแจ้งให้หน่วยงานของเกาหลีดำเนินการ
นายสมชาย กล่าวในตอนท้ายว่า ในส่วนของสถานการณ์ผีน้อยไทยในเกาหลีใต้ มีราวๆ 1.1 แสนคน แต่เริ่มลดลง จากเดิมที่มี ประมาณ 1.5 แสนคน แต่อย่างไรก็ตามจะต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงด้านการท่องเที่ยวหรือสํานักงานตรวจคนเข้าเมือง ทั้งของไทยและเกาหลีเพื่อควบคุม ไม่ให้มีการลักลอบเดินทางไปทํางาน หรือลักลอบหนีวีซ่าในประเทศเกาหลีเพิ่มมากขึ้น วันนี้ต้องพยายามทําให้น้อยลงมากที่สุด เพราะจะส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้ ที่ได้รับผลกระทบถูกกักตัวส่งกลับประเทศ ยืนยันว่าในฐานะกระทรวงแรงงาน จะต้องช่วยกัน เพื่อให้จํานวนผีน้อยลดลงหรือไม่มีเลย.



