วานนี้ (12 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานไฟฟ้ารุมทำร้ายชายคนหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาโดยไม่มีสาเหตุ ทั้งที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพิ่งจะเพิ่มความเข้มงวดในการใช้ยานพาหนะประเภทดังกล่าว
คลิปวิดีโอที่น่าตกใจเผยภาพเหตุการณ์รุมทำร้ายชายคนหนึ่งอย่างทารุณที่บริเวณทางเดินริมหาดฮันติงตัน โดยกลุ่มเด็กวัยรุ่นซึ่งน่าจะมีอายุใกล้เคียงนักเรียนระดับมัธยมการศึกษาตอนปลาย และทั้งกลุ่มขี่จักรยานไฟฟ้า
ผู้เสียหายคือ แซม เอล-เซด ซึ่งย้ายมาอยู่ในเมืองนี้เมื่อสามปีก่อน เขาบอกผู้สื่อข่าวสำนักข่าว KTLA ว่า ตอนเกิดเหตุ เขาและภรรยากำลังขี่สกูตเตอร์กลับบ้านเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา แล้วไปเจอเข้ากับวัยรุ่นหลายร้อยคนรวมตัวกันอยู่ที่ชายหาด ทางเดินริมหาด และบริเวณสนามหญ้าใกล้เคียง
เอล-เซด กล่าวว่า เขาชะลอความเร็วลงเพื่อแทรกผ่านฝูงชน แต่แล้วก็มีใครบางคนขว้างขวดแก้วใส่จนกระแทกใบหน้าของเขาและแตกกระจาย หรืออาจจะแตกอยู่ก่อนแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการโดนขวดกระแทกหน้า
หลังจากนั้น เอล-เซด ก็จอดสกูตเตอร์และลงจากรถ เขาเล่าว่ามีคนตีเขาจากด้านหลังและผลักเขาลงไปที่พื้น จากนั้นเด็กวัยรุ่นในกลุ่มประมาณ 4-6 คน ก็เข้ามาเตะและกระทืบเขาะเมื่อเขาล้มลงกับพื้น
ภาพในคลิปวิดีโอที่มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกไว้ในช่วงนาทีสุดท้ายของการรุมทำร้าย เป็นภาพของวัยรุ่นคนหนึ่งกำลังดึงคนอื่นๆ ออกไปในขณะที่ เอล-เซด ยังคงอยู่ในท่าคุกเข่าพยุงตัว มีวัยรุ่นในกลุ่มบางคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กำลังหัวเราะ ขณะที่ เอล-เซด ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนโดยมีเลือดไหลอาบลงมาตามใบหน้าของเขา
ด้านตำรวจกล่าวว่า เอล-เซด จับตัววัยรุ่นที่เกี่ยวข้องไว้ได้หนึ่งคน ต่อมา ทางการระบุว่าผู้ต้องสงสัยถูกจับกุมและถูกสั่งฟ้องในข้อหาทำร้ายร่างกายระดับลหุโทษ
ตำรวจกล่าวเสริมว่า เอล-เซด ปฏิเสธการเข้ารับการรักษาบาดแผลในที่เกิดเหตุ ขณะที่เจ้าตัวกล่าวกับผู้สื่อข่าว KTLA ว่าผลกระทบทางจิตใจจากการถูกทำร้ายนั้น เลวร้ายยิ่งกว่าอาการบาดเจ็บทางร่างกาย
เอล-เซด กล่าวว่า สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำก็คือให้ความสนใจเรื่องการบังคับใช้กฎหมายเป็นพิเศษ “เจ้าหน้าที่ต้องมาและทำให้พวกเขาสลายตัวไป”
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่ตำรวจในท้องที่ของชายหาดฮันติงตันเริ่มเข้มงวดกับการใช้จักรยานไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งส่งผลให้มีการออกใบสั่งแก่ผู้กระทำผิดไปหลายสิบรายการ
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : YouTube / KTLA 5



