คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประชุมพิจารณาโทษ การแข่งขันฟุตบอลอาชีพไทย รายการต่างๆ มี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน โดยที่น่าสนใจ ดังนี้
‘บอสตาล’ จุดเอง
ฟุตบอลไทยลีก เมื่อวันที่ 3 พ.ค. คู่ ลำพูน วอริเออร์ พบ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด หลังจบเกม “บอสตาล” นายพงษ์ศิริ ฐาราชวงศ์ศึก อดีตประธานสโมสรลำพูน วอริเออร์ ซึ่งไม่มีชื่อขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ทีม ได้จุดพลุแฟลร์บริเวณกลางสนามร่วมกับกลุ่มกองเชียร์ อัลตราส์ ลำพูน ที่อยู่บนอัฒจันทร์ฝั่งไม่มีหลังคา
สั่งลงโทษกองเชียร์ลำพูน วอริเออร์ จุดพลุในสถานที่จัดการแข่งขัน ปรับเงิน 60,000 บาท และลำพูน ในฐานะเจ้าบ้าน โดนลงโทษเรื่องการรักษาความปลอดภัยในการตรวจค้น เพื่อไม่ให้บุคคลนำวัตถุต้องห้ามเข้าไปในสถานที่จัดแข่งขัน ปรับเงินอีก 50,000 บาท รวม 110,000 บาท

“แฟนกิเลน” จุดพลุซ้ำซาก
เกมไทยลีก นัดส่งท้ายฤดูกาล เมื่อ 10 พ.ค. 69 คู่ สุโขทัย เอฟซี พบ เมืองทอง ยูไนเต็ด หลังแข่งจบ ขณะที่ผู้เล่นเมืองทอง ขอบคุณแฟนบอล กองเชียร์เมืองทอง จุดพลุแฟลร์บนอัฒจันทร์ฝั่งทีมเยือน จำนวน 2 ลูก เป็นเวลาประมาณ 2 นาที
ลงโทษ กองเชียร์เมืองทอง ปรับเงิน 60,000 บาท แต่เนื่อง เมืองทอง เคยถูกลงโทษไปแล้วในกรณีเดียวกัน เมื่อ 24 ต.ค. 68 จึงเป็นความผิดซ้ำข้อเดียวกัน ในฤดูกาลเดียวกัน พิจารณาเพิ่มโทษอีกไม่เกินกึ่งหนึ่งของกำหนดโทษ จึงเพิ่มโทษปรับเงินเพิ่มอีก 30,000 บาท รวมโทษปรับเงิน 90,000 บาท
ส่วนกรณีที่ โชเซ อัลเวส บอร์จีส โค้ชเมืองทอง วิพากษ์วิจารณ์ผู้ตัดสินในเกมดังกล่าวนั้น ไม่มีการนำเรื่องเข้าพิจารณาโทษแต่อย่างใด
“ท่าเรือ” ก็โดนปรับด้วย
วันเดียวกัน คู่ อยุธยา ยูไนเต็ด พบ การท่าเรือ เอฟซี หลังเกม กองเชียร์การท่าเรือ จุดพลุแฟลร์ โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ “เจ้าบ้าน” อยุธยา ยูไนเต็ด ได้ขึ้นไประงับเหตุ และได้ดับลงโดยได้ทิ้งลงใต้อัฒจันทร์ เคสนี้ลงโทษกองเชียร์ท่าเรือ ปรับเงิน 60,000 บาท และเจ้าบ้าน อยุธยา โดนด้วย 30,000 บาท บกพร่องด้านรักษาความปลอดภัยในการตรวจค้น



