กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการรายงานความก้าวหน้าและประเมินผลโครงการด้วยตนเอง Self-Assessment (เซลฟ์-อะเซสเมนท์) ครั้งที่ 2 ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำหรับผู้ขอรับทุน
วัตถุประสงค์ในการมุ่งสร้าง “กลไกลงทุนเชิงยุทธศาสตร์” เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการกองทุนให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬาไทยในระยะยาว รวมถึงสร้างมาตรฐานด้านการติดตามและประเมินผลโครงการอย่างเป็นระบบ การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อวงการกีฬาไทย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจการกีฬา กีฬาอาชีพ และอุตสาหกรรมกีฬาของประเทศให้เป็น Economic Driver (อีโคโนมิก ไดร์ฟเวอร์) ใหม่ของประเทศ

นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายส่งเสริมกีฬา กล่าวว่า กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กำลังเดินหน้าปรับบทบาทจาก “ผู้สนับสนุนงบประมาณ” ไปสู่ “กลไกการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ด้านกีฬา” ของประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพกีฬาไทยอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติการแข่งขัน เศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
“การจัดอบรมต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 สะท้อนความตั้งใจในการสร้างระบบบริหารจัดการทุนที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และวัดผลได้จริง โดยกองทุนมีพันธกิจสำคัญในการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับสมรรถนะกีฬาไทยอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมเศรษฐกิจการกีฬา พัฒนาบุคลากรกีฬา สร้างโอกาสการเข้าถึงทุนอย่างเป็นธรรม และปฏิรูประบบฐานข้อมูลดิจิทัลเพื่อการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ”

ภายในงาน ยังมีการทบทวนแผนยุทธศาสตร์และแผนดำเนินงานกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570–2573 เพื่อเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนในระบบกีฬาไทยอย่างครอบคลุม
โดยกองทุนได้กำหนด 9 ยุทธศาสตร์สำคัญ ครอบคลุมทั้งการพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ กีฬาอาชีพ อุตสาหกรรมกีฬา มวยไทยสู่แบรนด์ระดับโลก การพัฒนานักกีฬาและบุคลากรทางการกีฬา ตลอดจนการยกระดับระบบบริหารจัดการกองทุนให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ กองทุนตั้งเป้าผลักดันให้มีการพัฒนากีฬาของประเทศไทยให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ภายใน 4 ปี เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับภาพลักษณ์ประเทศในเวทีนานาชาติ ผ่านทางการจัดกิจกรรมกีฬาที่ได้รับความนิยมพร้อมยกระดับผลงานของนักกีฬาไทยในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก เอเชียนเกมส์ และซีเกมส์
โดยตั้งเป้าคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขัน Olympic Games LA 2028 โอลิมปิกเกมส์ แอลเอ 2028 ที่ลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงการผลักดันระบบนิเวศกีฬามวยไทยสู่ระดับสากล และสร้างโอกาสให้สมาคมกีฬาภายใต้การกำกับดูแลของการกีฬาแห่งประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย เข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

คาดหวังว่าจะสามารถผลักดันมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมกีฬาไทย (Sport GDP) ในปี 2570 ให้มีมูลค่าประมาณ 218,000 ล้านบาท
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ การบรรยายพิเศษโดย ศุภณัฐ สำเนียง วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินผลโครงการ ในหัวข้อ “การรายงานความก้าวหน้าและประเมินผลโครงการด้วยตนเอง (Self-Assessment)” (เซลฟ์-อะเซสเมนท์) สำหรับผู้ขอรับทุน
ได้มีการอธิบายแนวทางและหลักเกณฑ์การประเมินผลโครงการ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการพิจารณาสนับสนุนทุนในปีถัดไป

โดยเกณฑ์การประเมินแบ่งออกเป็น 2 มิติหลัก ได้แก่ มิติทั่วไป ที่เน้นความสอดคล้องของผลลัพธ์จริง การบริหารจัดการ และการใช้จ่ายตามแผนงาน และมิติเฉพาะประเภทโครงการ ซึ่งครอบคลุมทั้งการสนับสนุนกิจกรรมกีฬา การพัฒนานักกีฬาและบุคลากรกีฬา เงินรางวัล สวัสดิการและทุนการศึกษา การสนับสนุนกีฬาอาชีพและกีฬามวย และการควบคุมสารต้องห้ามตามกฏหมาย
สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ในปีงบประมาณ 2567 กองทุนได้อนุมัติสนับสนุนทุนรวม 1,145.2 ล้านบาท คิดเป็น 86% ของกรอบงบประมาณ ขณะที่ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการเบิกจ่ายอีก 171.7 ล้านบาท หรือ 14% ส่วนในปี 2568 มีคำขอรับทุนรวมกว่า 2,757 โครงการ คิดเป็นวงเงินรวมมากกว่า 10,000 ล้านบาท



