หลายคนมองว่า ‘ฟันน้ำนม’ หรือฟันชุดแรกที่เด็กๆ มีทั้งหมด 20 ซี่ เป็นเรื่องชั่วคราวที่ไม่ต้องใส่ใจมากนัก เพราะสุดท้ายก็จะหลุดและมีฟันแท้ขึ้นมาแทนอยู่ดี แต่ทัศนคตินั้นอาจส่งผลเสียในระยะยาวมากกว่าที่คิด

‘อ.ทพ.ดร.พีรวิชญ์ ลิมป์ลาวัณย์’ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ช่องปาก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า หากฟันน้ำนมผุ เด็กจะเคี้ยวอาหารได้ลำบาก เสี่ยงขาดสารอาหาร และยังส่งผลให้ฟันแท้ที่ขึ้นมาในภายหลังเรียงตัวผิดรูป ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายจัดฟันตามมาอีก การพาเด็กไปพบทันตแพทย์ตั้งแต่เล็กจึงช่วยสร้างทัศนคติที่ดีต่อการดูแลช่องปาก และปลูกฝังนิสัยแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ (Fluoride) อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการเคลือบฟลูออไรด์ที่ช่วยป้องกันฟันผุได้


เพื่อลดอุปสรรคเรื่องการเดินทางและค่าใช้จ่าย บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงจัดโครงการ ‘กัลฟ์ สปาร์กส์ สไมลส์ (GULF Sparks Smiles) มอบรอยยิ้มสดใสให้ชุมชน ปีที่ 6’ โดยออกหน่วยให้บริการทันตกรรมฟรีครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ณ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 93 (บ้านลาดตะเคียน) อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งบริการครอบคลุมทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่เด็กประถมถึงมัธยมต้นที่เข้ารับการเคลือบฟลูออไรด์ ไปจนถึงประชาชนทั่วไปที่ได้รับบริการอุดฟัน ถอนฟัน ขูดหินปูน และผ่าตัดฟันคุด
‘ภูวไนย สุขธัญญาวัฒน์’ ครูระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-6 และหัวหน้าบริหารงานทั่วไปของโรงเรียนฯ กล่าวว่า ผู้ปกครองตอบรับโครงการฯ เป็นอย่างดี พาบุตรหลานมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก พร้อมระบุว่าอยากให้จัดต่อเนื่อง เพื่อช่วยดูแลสุขภาพช่องปากของนักเรียนควบคู่กับบริการจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่
ด้าน ‘อรวรรณ วิประเสริฐ’ พนักงานเอกชนใน อ.กบินทร์บุรี ซึ่งมาใช้บริการพร้อมบุตรสาว กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนเข้าถึงบริการทันตกรรมได้ยาก ทั้งจากข้อจำกัดด้านจำนวนผู้ป่วยของโรงพยาบาล และวงเงินสิทธิประกันสังคมที่ไม่เพียงพอต่อปี โครงการฯ จึงช่วยเติมเต็มช่องว่างดังกล่าวได้ โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุในชุมชนที่ไม่สะดวกเดินทาง
ขณะที่ ‘ญาณิศา วัฒนคำนวณ’ ผู้อำนวยการด้านการบริหารฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม กัลฟ์ กล่าวว่าตลอด 6 ปีที่ผ่านมา โครงการฯ ให้บริการประชาชนไปแล้วกว่า 6,500 คน และในปี 2569 มีกำหนดจัดอีก 2 ครั้ง (ครั้งที่ 3 และ 4) ภายใต้แนวคิด ‘Powering the Future, Empowering the People’ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล



