เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่บริเวณหาดนุ้ย ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พลเรือตรี ประพันธ์ ศรีสุวิภา รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต นายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต นายวินัย ชิดเชี่ยว กำนันตำบลกะรน ร่วมกันลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าแก้ปัญหายึดพื้นที่หาดสาธารณะ
นายสุชาติ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เนื่องจากได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนและผู้นำท้องถิ่น กรณีการปิดกั้นเส้นทางลงหาดและเรียกเก็บค่าผ่านทางในพื้นที่ ซึ่งเป็นประเด็นต่อเนื่องจากการลงพื้นที่ตรวจราชการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา

พื้นที่หาดนุ้ยมีคดีบุกรุกพื้นที่ป่าและที่สาธารณะมาตั้งแต่ปี 2561 โดยกรมป่าไม้ได้ดำเนินคดีจนคดีใกล้ถึงที่สุดแล้ว แต่ยังมีปัญหาติดขัดบางประการ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอาจริงกับการทวงคืนพื้นที่สาธารณะและทรัพยากรธรรมชาติกลับคืนให้ประชาชน
นอกจากนี้ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจนว่า หากผู้ใดไม่กล้าปฏิบัติหน้าที่ก็ให้ย้ายออก และนำคนที่พร้อมทำงานเข้ามาดำเนินการแทน โดยยืนยันว่าจะไม่มีการปล่อยให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้ามาแสวงหาประโยชน์บนพื้นที่ของรัฐอีกต่อไป ซึ่งพื้นที่หาดและป่าไม้เป็นสมบัติของส่วนรวม ไม่สามารถมีบุคคลใดปิดกั้นเส้นทางหรือเก็บค่าผ่านทางจากประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการรื้อถอนสิ่งกีดขวาง คืนสภาพธรรมชาติ และผลักดันให้พื้นที่ดังกล่าวประกาศเป็น “ป่านันทนาการ” เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างเป็นธรรม

นอกจากนี้ ยังเตรียมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป่าไม้ ส.ป.ก. และ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจสอบพื้นที่ที่มีปัญหาการครอบครองโดยมิชอบ รวมถึงพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ หากพบว่าเป็นพื้นที่ป่าเดิมของรัฐ จะดำเนินการเพิกถอนและนำกลับคืนสู่การดูแลของกรมป่าไม้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ทุกหน่วยงานร่วมกันแก้ไขปัญหาการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า รัฐบาลจะเดินหน้าทวงคืนพื้นที่สาธารณะและคืนธรรมชาติให้กับประชาชนทุกคนอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่มีข้อยกเว้นต่อผู้กระทำผิดทุกกรณี
ส่วนการทวงคืนพื้นที่ครั้งนี้จะดำเนินการอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมาตรา 25 ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ พร้อมเตรียมเสนอเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตลงนามประกาศเพื่อเพิกถอนและยึดคืนพื้นที่ที่ถูกบุกรุกกลับมาเป็นของรัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งเร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและสิ่งกีดขวางที่ปิดกั้นทางลงหาด เพื่อคืนสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างเท่าเทียม โดยยืนยันว่าจะไม่มีการปล่อยให้บุคคลหรือกลุ่มใดนำพื้นที่สาธารณะไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวอีกต่อไป พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพธรรมชาติ และพัฒนาเป็นพื้นที่นันทนาการของประชาชนในอนาคต.



