สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ว่า ในความขัดแย้งทางการทูตที่ทวีความรุนแรงขึ้น นายโมฮาเหม็ด คาเล็ด นอร์ดิน รมว.กลาโหมมาเลเซีย กล่าวว่า รัฐบาลกัวลาลัมเปอร์จ่ายเงินไปเกือบ 95% ของมูลค่าสัญญาฉบับดังกล่าว เมื่อนอร์เวย์ตัดสินใจถอนการอนุมัติในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เพียงไม่กี่วันก่อนการส่งมอบระบบขีปนาวุธ

หน่วยงานด้านการป้องกันประเทศของกลุ่มบริษัท คองส์เบิร์ก ของนอร์เวย์ ระบุเมื่อปี 2561 ว่า บริษัทตกลงทำสัญญามูลค่า 124 ล้านยูโร (ราว 4,700 ล้านบาท) กับกองทัพเรือมาเลเซีย เพื่อจัดหาขีปนาวุธเอ็นเอสเอ็ม สำหรับเรือรบชายฝั่ง 6 ลำ ซึ่งโมฮาเหม็ดกล่าวว่ามีข้อตกลงฉบับที่สอง เพื่อจัดหาระบบขีปนาวุธข้างต้นให้กับเรือรบอีก 2 ลำ

“ตอนนี้เรากำลังคำนวณอยู่ เพราะเราไม่เพียงแต่จะเรียกร้องเงินที่เราจ่ายไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่าเสียหายจากการผิดสัญญาด้วย” โมฮาเหม็ด กล่าวกับผู้สื่อข่าว

อีกด้านหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศนอร์เวย์เน้นย้ำว่า ใบอนุญาตบางฉบับที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศแบบจำเพาะเจาะจงไปยังมาเลเซีย ถูกเพิกถอนเนื่องจากกฎระเบียบควบคุมการส่งออกของรัฐบาลออสโล

 “มันเป็นเรื่องน่าเสียดายที่เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อมาเลเซีย” กระทรวงการต่างประเทศนอร์เวย์ ระบุ พร้อมกับเสริมว่า สถานการณ์นโยบายด้านความมั่นคงในยุโรปและทั่วโลก เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลได้เสริมสร้างการควบคุมเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

ขณะที่ นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย กล่าวว่า การตัดสินใจของนอร์เวย์ในการยกเลิกการอนุมัติ เป็นการกระทำฝ่ายเดียวและไม่อาจยอมรับได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความพร้อมปฏิบัติการด้านกลาโหมของมาเลเซีย และความสมดุลของภูมิภาคในวงกว้าง.

เครดิตภาพ : REUTERS