สมาคมนิสิตเก่า BBA จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ Harvard Business School Association of Thailand จัดงานบรรยายและเสวนาทางวิชาการ หัวข้อ ‘From Disruption to Resilience: How Thailand and ASEAN Navigate Uncertain Times’ พร้อมด้วยผู้นำทางความคิด และเครือข่ายศิษย์เก่าระดับนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางบริบทแห่งความไม่แน่นอนในปัจจุบัน ณ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดร.ปณิธาน จันทองจีน รองประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตร BBA International Program จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าความร่วมมือระหว่าง สมาคมนิสิตเก่า BBA จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Harvard Business School Association of Thailand ผ่านการจัดงานฯ ครั้งนี้เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกพร้อมให้ ‘คำตอบ’กับสังคม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีเอไอ ที่มีผลกับภาคองค์กรธุรกิจในปัจจุบัน
“ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นซูเปอร์พาวเวอร์ ผ่านเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ อย่าง Harvard Business School เพื่อใช้เป็นกลไกสร้างความแข็งแรงให้กับประเทศไทย พร้อมต่อยอดผลงานวิจัยเชิงลึกให้ขยายผลเพื่อนำมาใช้ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม”
**ผู้บริหารยุคใหม่ต้องแกร่ง
นาย ไฮส์ โอ. กิ๊บสัน (Mr. Hise O. Gibson) ผู้บรรยายอาวุโส (Senior Lecturer) จาก Harvard Business School (HBS) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการเทคโนโลยีและปฏิบัติการ กล่าวบรรยายในหัวข้อ ‘Crisis Leadership at the Edge’ ภาวะผู้นำในยุควิกฤตที่องค์กรต้องเผชิญความท้าทายใหม่จากธุรกิจ เทคโนโลยี รวมถึงการตัดสินใจระดับผู้บริหารที่จะกำหนดทิศทางธุรกิจในอีก 10 ปีข้างหน้าว่า ปัจจุบัน ผู้นำองค์กรยุคใหม่ยังต้องรับมือการบริหารหลายวิกฤตพร้อมกัน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงระดับโลก อย่าง การดิสรัปชั่นเทคโนโลยี เอไอ (AI Disruption) ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ปัญหาคนและทักษะ, ซัพพลายเชน ความมั่นคงที่รวมถึงความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และกฎระเบียบ
ขณะที่แนวคิด ‘VUCA’ ได้แก่ ความผันผวน (Volatile), ความไม่แน่นอน (Uncertain), ความซับซ้อน(Complex) และ ความคลุมเครือ (Ambiguous) ซึ่งเคยใช้อธิบายโลกธุรกิจและการบริหารยุคเก่า ไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกต่อไปในวันนี้ ด้วยโลกคนรุ่นผู้นำที่ถูกฝึกมาในอดีตไม่ใช่โลกใบเดียวกับที่กำลังต้องนำองค์กรอยู่ตอนนี้ อีกต่อไป
“โลกปัจจุบันเปลี่ยนเร็วกว่าเดิมมาก ผู้นำยุคใหม่ต้องปรับมายด์เซ็ตใหม่ องค์กรไม่สามารถใช้สูตรสำเร็จเดิมรับมือโลกใหม่ได้”
โดย ‘ผู้นำ’ ต้องออกแบบองค์กรให้ ‘ยืดหยุ่น’ (Resilience) เพื่อรับมือความเสี่ยงต่าง ๆ ให้พร้อมตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอนได้อย่างแม่นยำและมีจริยธรรม
กิ๊บสัน กล่าวทิ้งท้ายว่าองค์กรในปัจจุบัน ยังต้องกลับมาทบทวนใน 4 คำถามนี้ คือ
1.ความยืดหยุ่นองค์กร
2.ความเข้าใจ AI
3.การวางระบบ
4.การตัดสินใจของคนในภาวะวิกฤต
หากองค์กรยังตอบใช่ ไม่ครบทั้ง 4 ข้อดังกล่าว แปลว่าถึงเวลาต้องเร่งปรับตัวทันที ก่อนที่โลกใหม่จะเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะรวดเร็วกว่าความพร้อมขององค์กร

สำหรับช่วงเสวนา (Panel Discussion) โดยนิสิตเก่าของหลักสูตร BBA Chula ที่ดำรงตำแหน่งผู้นำในองค์กรชั้นนำระดับประเทศ ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อบทบาทของภาคธุรกิจไทย เวทีโลก รวมถึงแนวทางการปรับตัวและขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน
**บริษัทโลจิสติกส์ เร่งอัพสกิล
‘ณัฐนรี ชุมมานนท์’ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์ทีเอ็น อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด ผู้ให้ริการขนส่งสินค้า (โลจิสติกส์) ในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา เมียนมา ลาว และ เวียดนาม (CMLV) กล่าวว่า บริษัทฯเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีด้านโลจิสติกส์ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความผันผวนที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2568 ทั้งความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ถึงในปัจจุบัน จากสงครามตะวันออกกลาง ที่กระทบต้นทุนพลังงานโลกอย่างหลีกเลี่ยง ไม่ได้
นอกจากนี้ ยังรวมถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีเอไอ ซึ่งบริษัทเตรียมนำมาปรับใช้ในองค์กร โดยเร่งปรับปรุงทักษะ (Reskill, Upskill) รวมทั้งการปรับเปลี่ยนมายด์เซ็ต การทำงานของพนักงาน เพื่อรับมือต่อการเปลี่ยนที่เกิดขึ้นที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจในอนาคต ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้ปรับแนวทางการทำธุรกิจให้มีความยืดหยุ่น โดยปรับการจัดส่งสินค้าจากไทย เช่น ผลไม้สดไปยังเส้นทางใหม่ในตลาดประเทศจีน ทดแทนการส่งสินค้าชายแดนไปยังตลาดเดิม (CLMV) เป็นต้น
**มุ่งใช้เอไอขยายผล
ด้าน ‘ธนชัย เอี่ยมธงทอง’ External Advisor, McKinsey & Company และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลมอร์โฟซิส จำกัด (Almorphosis) ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์และการขับเคลื่อนองค์กร กล่าวว่า โดยส่วนตัวมองการเปลี่ยนผ่านองค์กรยุคใหม่ ยังมีความท้าทายจากปัจจัยต้นทุนด้านโครงสร้างเทคโนโลยีสารสนเทศ(ไอที) อย่างฮาร์ดแวร์ ต่างๆ เพื่อใช้ทำ Feasibility ศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการหรือธุรกิจใหม่ในทุกๆ ด้านอย่างเป็นระบบ ก่อนที่จะลงมือลงทุนจริง
ขณะเดียวกับที่ปัจจุบัน องค์กรในไทยเริ่มนำ AI มาใช้ (AI Adoption) พร้อมจัดทำ AI Roadmap และสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทั้งคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อยกระดับการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับผู้บริหาร ขณะที่สถานการณ์ในขณะนี้ก้าวข้ามเรื่อง AI ไปแล้ว แต่เป็นเรื่องของการมุ่งเน้นขยายผลการใช้งาน AI ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
“การเปลี่ยนผ่านองค์กรต้องกล้าเตรียมความพร้อมที่จะล้ม เพราะหากล้มเร็ว ก็จะสามารถลุกขึ้นเร็วได้ก่อน เช่นกัน”
**ตลาดแรงงานต้องการผู้เชี่ยวชาญเอไอ
ด้าน มนิษา เกิดวงศ์บัณฑิต หัวหน้าฝ่ายความเปลี่ยนแปลง บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (CPXtra) กล่าวว่าการเข้ามาของเอไอเป็นสิ่งที่องค์กรต้องให้ความตระหนัก ด้วยจากนี้ไปเอไอจะมีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจประเทศไทยอย่างมากในอนาคต ที่สร้างความต้องการแรงงานเอไอระดับผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ราว มากกว่า 80,000 อัตรา ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การปรับตัวของภาคธุรกิจและภาครัฐที่มุ่งเน้นการใช้ AI เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ภาคองค์กรธุรกิจ ต่างเร่งนำเอไอมาปรับใช้ใน ซึ่งขยายต่อไปยังระดับการใช้งานทั่วไป ที่จะต้องเรียนรู้และมีทักษะเอไอด้านต่างๆ รวมถึงการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ของบุคคลากร เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล (Digital Company) ได้สอดคล้องกับนโยบายทิศทางเศรษฐกิจระดับประเทศ นำไปสู่ระบบนิเวศ (Ecosystem) เดียวกัน



