สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ว่า การเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 9 ปีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ มีการหารือในหลายประเด็นกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน แต่แทบไม่มีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน พบหารือกันแบบเต็มคณะ ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง


ไม่มีความคืบหน้าสำคัญเรื่องอิหร่าน


ก่อนการเยือนครั้งนี้ ทรัมป์ “ไม่ให้ค่า” จีนในการช่วยจัดการปัญหาอิหร่าน แม้ทีมงานของผู้นำสหรัฐกล่าวว่า จีนซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุด อาจมีบทบาทสำคัญในการผลักดันแนวทางยุติความขัดแย้ง ซึ่งกลายเป็นวิกฤติครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาลทรัมป์ในตอนนี้


สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ทำให้วาระนโยบายอื่นถูกลดความสำคัญลง อีกทั้งยังดันราคาพลังงานในประเทศให้สูงขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสของพรรครีพับลิกัน กับการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. นี้


อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เดินทางกลับโดยไม่มีสัญญาณชัดเจนว่า จีนจะเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องอิหร่าน และยังไม่แน่ชัดว่า จีนเต็มใจจะกดดันอิหร่านมากเพียงใด หรือจีนต้องการอะไรเป็นการตอบแทน หากตกลงช่วยเหลือสหรัฐในเรื่องนี้


ด้านทรัมป์ส่งสัญญาณว่า เขาอาจผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อโรงกลั่นน้ำมันของจีน 5 แห่ง ที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน ซึ่งอาจหมายถึงการถอยจากหนึ่งในมาตรการสำคัญไม่กี่อย่าง ที่สหรัฐใช้ลงโทษจีนจากการสนับสนุนอิหร่าน


ทรัมป์กล่าวระหว่างพบกับสี ที่เรือนรับรองจงหนานไห่ ในกรุงปักกิ่ง ว่าสหรัฐและจีน “รู้สึกคล้ายกัน” ในเรื่องอิหร่าน กล่าวคือ “สงครามต้องยุติ อิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ และข่องแคบฮอร์มุซต้องเปิด” ทว่าไม่มีปฏิกิริยาใดอย่างชัดเจนจากผู้นำจีน ซึ่งนั่งอยู่ข้างกัน
ที่กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ในเวลาใกล้เคียงกันว่า “ความขัดแย้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก และไม่มีเหตุผลที่จะดำเนินต่อไป” พร้อมระบุว่า จีนต้องการช่วยให้ทุกฝ่ายพบสันติภาพ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้น ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงอาหารค่ำระดับรัฐพิธี ร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ณ มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง


พิธีการเด่นกว่านโยบาย


ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐบรรลุข้อตกลงครั้งใหญ่กับจีน โดยจีนจะซื้อสินค้าเกษตร เนื้อวัว และเครื่องบินโบอิ้งจากสหรัฐ แต่รายละเอียดกลับมีน้อยมาก


ผู้นำสหรัฐเดินทางออกจากกรุงปักกิ่ง โดยไม่มีการขยายเวลาพักรบทางการค้า ซึ่งจะหมดอายุภายในปีนี้ ขณะที่ตลาดผิดหวังอย่างหนัก กับข้อตกลงซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำของจีน แม้ทรัมป์กล่าวต่อมาว่า สามารถเพิ่มเป็น 750 ลำ และราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าถั่วเหลืองของสหรัฐร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ หลังการประชุมไม่มีข้อตกลงชัดเจนเกี่ยวกับสินค้าเกษตร ว่าจีนจะเพิ่มการนำเข้าผลิตภัณฑ์ใดบ้างหรือไม่


ในประเด็นสำคัญตั้งแต่การขยายความร่วมมือการค้า ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ไปจนถึงไต้หวัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและจีนกล่าวเพียงว่า “เห็นต่างอย่างมีข้อตกลง” และจะมีการหารือต่อไป โดยทั้งสองประเทศเห็นพ้องกันว่าจะจัดตั้งคณะกรรมการแยกต่างหาก เพื่อดูแลการค้าและการลงทุนทวิภาคี แต่นายหวัง อี้ รมว.การต่างประเทศจีน กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างหารือรายละเอียด


นอกจากนั้น การพบหารือครั้งนี้ แตกต่างจากการที่ทรัมป์มาเยือนจีนเมื่อปี 2560 อย่างมาก เพราะไม่มีการออกแถลงการณ์ร่วมต่อสื่อ ไม่มีการเผยแพร่การสรุปผลการหารือร่วมกัน หรือเอกสารสรุปข้อเท็จจริงของการประชุม ขณะที่แถลงการณ์ของจีนไม่กล่าวถึงข้อตกลงซื้อสินค้า หรือการรับปากต่าง ๆ ของสีที่มีต่อทรัมป์


ท้ายที่สุด พิธีการต้อนรับและดูโดดเด่นกว่านโยบาย สีจัดพิธีต้อนรับและเลี้ยงรับรองทรัมป์อย่างสมเกียรติ แต่ผู้นำสหรัฐแทบไม่มีสิ่งสำคัญติดมือกลับบ้าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน สนทนากันภายในห้องรับรอง ของเรือนรับรองจงหนานไห่ ในกรุงปักกิ่ง


ความเงียบเชิงยุทธศาสตร์เรื่องไต้หวัน


เมื่อทรัมป์เสร็จสิ้นการหารือรอบแรกกับสี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวต่างต้องการรู้ว่า มีการพูดคุยเรื่องไต้หวันอย่างไร อย่างไรก็ตาม ระหว่างยืนอยู่ข้างสี ที่หอสักการะฟ้าเทียนถานในกรุงปักกิ่ง ทรัมป์กลับเงียบจนผิดสังเกต และกล่าวเพียงว่า “จีนเป็นประเทศที่สวยงาม”


ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนเผยแพร่สรุปคำกล่าวของสีเกี่ยวกับไต้หวัน ซึ่งผู้นำจีนเตือนว่า หากจัดการความเห็นต่างเรื่องไต้หวันผิดพลาด อาจผลักดันความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ เข้าสู่ “จุดอันตราย”


เมื่อเดินทางกลับสหรัฐ ทรัมป์พูดเรื่องไต้หวันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเล่าให้บรรดาผู้สื่อข่าวฟังว่า สีต้องการรู้ว่า ผู้นำสหรัฐคนปัจจุบันมีจุดยืนอย่างไรต่อไต้หวัน โดยเฉพาะว่า จะปกป้องไต้หวันหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ผมบอกว่า ผมไม่พูดเรื่องนั้น” และยังไม่ได้ให้คำมั่นว่า จะขายอาวุธเพิ่มเติมแก่ไต้หวัน โดยระบุว่า จะตัดสินใจเรื่องนี้ในภายหลัง

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน พาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ชมธรรมชาติภายในเรือนรับรองจงหนานไห่ ในกรุงปักกิ่ง

ทรัมป์ผู้เรียบร้อย


โดยปกติ ทรัมป์มักพูดนอกเหนือจากสิ่งที่ทีมงานเตรียมไว้ให้ แต่ในระหว่างการเยือนกรุงปักกิ่งครั้งนี้ ผู้นำสหรัฐกล่าวตามสคริปต์ที่ทีมงานเตรียมไว้ให้ทั้งหมด รวมถึงระหว่างกล่าวคำอวยพรในงานเลี้ยงต้อนรับระดับรัฐพิธี


แหล่งข่าวกล่าวว่า ทรัมป์ต้องการให้การประชุมสุดยอดครั้งนี้ช่วยปรับปรุงความสัมพันธ์ และทราบดีว่า จีนไม่ชอบ “ความประหลาดใจ” และ “การออกนอกบท” ในงานที่มีการวางแผนอย่างละเอียดและประณีต


ด้านผู้นำจีนแสดงท่าทีมิตรภาพควบคู่กับคำเตือนที่หนักแน่น สะท้อนทั้งความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่บางครั้งก็เย็นชา “เราต้องทำให้มันสำเร็จ และอย่าทำให้มันพัง” สีกล่าวถึงความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ

มรสุมทางการเมืองยังรออยู่ที่บ้าน

ทรัมป์เดินทางกลับสหรัฐ เพื่อไปเผชิญหน้าและแก้ไขปัญหาทางการเมืองชุดเดิมที่กดดันเขาก่อนการเยือน ราคาน้ำมันสูง เงินเฟ้อสูง และความไม่พอใจของประชาชนก็สูงเช่นกัน


ผู้นำสหรัฐต้องการ “ชัยชนะทางการเมือง” อย่างมาก ขณะที่รัฐบาลกำลังพยายามควบคุมผลกระทบทางการเมืองและเศรษฐกิจจากสงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อ แม้การเยือนจีนครั้งนี้อาจช่วยเบี่ยงความสนใจของชาวอเมริกันได้ชั่วคราว แต่ก็น่าจะไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนกระแสการเมืองโดยรวม.

เครดิตภาพ : REUTERS