กลุ่มบริษัทอะมิตี้ (Amity) ประกาศความสำเร็จในการคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 หรือ “โกลด์ อวอร์ด (Gold Award)” ในหมวดหมู่ AI Application (สำหรับบริษัทนานาชาติ) จากงาน 2026 Best AI Awards ณ กรุงไทเป โดย Amity โดดเด่นในฐานะบริษัทด้าน AI จากประเทศไทยเพียงแห่งเดียวที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ และสามารถเอาชนะองค์กรจากทั่วโลกกว่า 100 แห่ง คว้าเงินรางวัลสูงสุด 1,000,000 ดอลลาร์ไต้หวันมาครองได้สำเร็จ งาน Best AI Awards ถือเป็นเวทีการแข่งขันระดับโลกที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจ (Ministry of Economic Affairs: MOEA) ของไต้หวัน จัดโดยกรมเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (Department of Industrial Technology: DoIT) ภายใต้ MOEA และมีสมาคมคอมพิวเตอร์ไทเป (Taipei Computer Association: TCA) เป็นเจ้าภาพ เพื่อเชิดชูโครงการที่ผลักดันนำเอา AI ล้ำสมัยไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งต้องแสดงให้เห็นถึงมูลค่าเชิงพาณิชย์ ตลอดจนนวัตกรรมเชิงเทคนิคอันโดดเด่น ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดดังกล่าวนั้นคือ Eko Agentic: Data Analyst ซึ่งเป็นโซลูชัน เอเจนติก เอไอ (Agentic AI) ระดับองค์กรที่พัฒนาขึ้นภายใต้ Amity โดยเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนแพลตฟอร์มอันล้ำสมัยนี้ได้รับการพัฒนาโดยศูนย์วิจัยและการประยุกต์ใช้ AI ของ Amity (Amity AI Research & Application Center หรือ ARAC) ที่เปรียบเสมือนหน่วยงานหลักที่คอยคิดค้นสร้างสรรค์งานวิจัย AI ขั้นสูงผสานเข้าไปสู่การใช้งานจริงกับโครงการและโซลูชันต่าง ๆ ภายใต้เครือ Amity Eko Agentic ทำหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลค้าปลีกเฉพาะทาง ที่สามารถคิดและลงมือทำได้เสมือนผู้จัดการสาขาที่มีประสบการณ์มากที่สุดขององค์กร และเพื่อเป็นการลดช่องว่างด้านทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างร้านค้าสาขาต่าง ๆ AI ตัวนี้จะช่วยกระจายความสามารถในการวิเคราะห์ระดับผู้เชี่ยวชาญให้พนักงานทุกคนได้เข้าถึงง่ายขึ้น ผ่านกระบวนการฝึกฝน 3 ขั้นตอนที่เข้มงวด ได้แก่ การเรียนรู้จากผู้จัดการสาขาที่ทำผลงานได้ดีที่สุด การปรับแต่งบริบทให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ของสาขาโดยอัตโนมัติ และการใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (Reinforcement Learning: RL) ที่เรียกว่า Multi-Turn Group Relative Policy Optimization (MT-GRPO)

ปัจจุบัน AI ตัวนี้ได้ถูกนำไปใช้งานจริงแล้วในร้านค้าปลีกกว่า 1,000 สาขา และกำลังเข้ามาพลิกโฉมระบบปฏิบัติการครั้งใหญ่ให้กับพนักงานหน้าร้าน ช่วยให้ผู้จัดการร้านสามารถเปลี่ยนโฟกัสจากการที่ต้องมาเสียเวลาไปกับการนั่งวิเคราะห์ข้อมูลที่ยุ่งยากด้วยตนเอง ไปสู่การลงมือบริหารจัดการจริง โดยระบบจะส่งรายงานสรุปเพื่อติดตามงานประจำวัน (Daily Briefs) โดยอัตโนมัติ ที่ชี้ให้เห็นถึงต้นตอสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ตลอดจนแนะนำแนวทางแก้ไขได้เป็นรูปธรรม ช่วยให้ผู้จัดการสาขาสามารถตรวจสอบและอนุมัติกลยุทธ์เพื่อป้องกันปัญหาสำคัญต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เช่น สินค้าค้างสต็อก (Dead Stock) สินค้าขาดชั้นวาง (Empty Shelves) ไปจนถึง การจัดโปรโมชันที่ผิดเวลา นาย วชิรวิทย์ โหมดเครือ ผู้อำนวยการ (Director) ดร. กฤติน พัชตระชัย วิศวกรวิจัยอาวุโส (Senior Research Engineer) และนางสาว ณัฐชยา เต็มยิ่งยง วิศวกรวิจัย (Research Engineer)นำทีมเป็นตัวแทนจากศูนย์วิจัยและการประยุกต์ใช้ AI ของ Amity เข้าร่วมแข่งขันบนเวทีระดับโลกในครั้งนี้ ผ่านการนำเสนอผลงานและสาธิตการใช้งานจริงของ Eko Agentic ที่ครอบคลุมถึงความสามารถในการให้เหตุผลแบบหลายขั้นตอน (Multi-step reasoning) ผนวกกับผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ที่พิสูจน์ได้จริง ส่งผลให้ทีมคว้าคะแนนสูงสุดจากคณะกรรมการ เอาชนะผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศระดับนานาชาติมาได้ในที่สุด
นาย ทัชพล ไกรสิงขร ประธานศูนย์วิจัยและการประยุกต์ใช้ AI (ARAC) กรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง Amity กล่าวว่า “การคว้ารางวัล Gold Award จากการแข่งขันกับบริษัทเทคระดับโลกนับร้อยองค์กร ถือเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จครั้งสำคัญ แสดงให้เห็นถึงผลงานและความทุ่มเททำงานอย่างหนักที่แล็บของเรา”
นาย ทัชพล กล่าวเสริมว่า “อุตสาหกรรมกำลังตระหนักว่า เพียงแค่การให้ภาคธุรกิจใช้งานแชตบอตทั่วไปนั้นไม่เพียงพอที่จะสร้างผลลัพธ์ที่แท้จริงได้ สิ่งที่คุณต้องการคือ AI แบบเฉพาะทาง (Vertical AI) หรือระบบที่เข้าใจปัญหาโดยเฉพาะ รวมถึงความท้าทายในแต่ละวันจริง ๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการร้านค้าปลีก หรือผู้อำนวยการระดับรีจินัลนั้นจะต้องเผชิญ การมุ่งเน้นไปที่ Agentic AI ที่สร้างขึ้นมาเฉพาะทาง เพื่อให้สามารถลงมือปฏิบัติงานได้เหมือนผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่ผ่านการเทรนมาอย่างดี ทำให้เราสามารถแก้ปัญหาการดำเนินงานที่ซับซ้อนได้อย่างตรงจุด รางวัลชนะเลิศครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เทคโนโลยีที่มีมาจากประเทศไทยก็สามารถกำหนดมาตรฐานระดับโลกใหม่ให้กับระบบอัจฉริยะระดับองค์กรได้ได้เช่นกัน”



